คำถามที่ว่า ขอ PEP โดยไม่มีบัตรประชาชน ได้หรือไม่ ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกที่ เพราะเงื่อนไขการลงทะเบียนและการเบิกจ่ายต่างกันไปตามหน่วยบริการ สิ่งที่ตอบได้แน่นอนคือ อย่าใช้เวลาที่เหลือในกรอบ 72 ชั่วโมงไปกับการตามหาเอกสาร ให้โทรถามหน่วยบริการก่อนแล้วเดินทางไปให้เร็วที่สุด
ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว: โทรถามก่อนว่า “ถ้าวันนี้ไม่มีเอกสาร ยังเข้ารับการประเมินได้ไหม” คำตอบต่างกันได้ในแต่ละแห่ง แต่การถามใช้เวลาสองนาที ส่วนการรอเอกสารอาจกินเวลาเป็นวัน
ขอ PEP โดยไม่มีบัตรประชาชน ทำได้จริงไหม
PEP (เป๊ป) คือยาต้านไวรัสที่ใช้ป้องกันเอชไอวีหลังเพิ่งสัมผัสเชื้อ ต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง ยิ่งเร็วยิ่งดี และกินต่อเนื่อง 28 วัน เส้นทางมาตรฐานในประเทศไทยผูกกับบัตรประจำตัวประชาชน กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค ระบุไว้เมื่อธันวาคม 2567 ว่าบริการยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อให้บริการโดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนที่โรงพยาบาลของรัฐ
แต่ “เส้นทางมาตรฐาน” ไม่ใช่เส้นทางเดียว หลายหน่วยบริการมีวิธีจัดการกรณีเอกสารไม่ครบ เช่น ลงทะเบียนด้วยข้อมูลเท่าที่มีก่อนแล้วตามเอกสารทีหลัง หรือให้ชำระเองไปก่อนแล้วเรียกคืนภายหลัง เรื่องนี้ต้องให้แต่ละหน่วยบริการตอบเป็นรายแห่ง บทความนี้จึงบอกได้แค่ว่าควรถามอะไร ไม่ใช่รับรองว่าที่ไหนทำได้

“ไม่มีบัตร” ของคุณเป็นแบบไหน
สถานการณ์แต่ละแบบมีทางออกไม่เหมือนกัน ดูว่าตัวเองตรงกับแถวไหน แล้วใช้คำถามในช่องขวาเวลาโทร
| สถานการณ์ | ประเด็นที่มักติด | คำถามที่ควรถามหน่วยบริการ |
|---|---|---|
| บัตรหาย ลืมไว้ที่บ้าน หรืออยู่ต่างจังหวัด | ระบบลงทะเบียนต้องการเลขประจำตัว | “ถ้าจำเลขบัตรได้หรือมีรูปถ่ายบัตรในโทรศัพท์ ใช้ลงทะเบียนก่อนได้ไหม” |
| สิทธิการรักษาอยู่คนละจังหวัดกับที่พักปัจจุบัน | การเบิกจ่ายข้ามเขต | “วันนี้เข้ารับบริการนอกเขตได้ไหม ถ้าได้ ต้องจ่ายส่วนต่างเท่าไร” |
| ไม่ใช่คนไทย หรือถือเอกสารแรงงานข้ามชาติ | ชุดสิทธิประโยชน์ต่างจากคนไทย | “ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยเข้ารับบริการนี้ที่นี่ได้ไหม ต้องใช้เอกสารอะไร” |
| อายุยังไม่ถึง 18 ปี | ข้อกำหนดเรื่องผู้ปกครอง | “ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 มาคนเดียวเข้ารับการประเมินได้ไหม” |
| ไม่มีเอกสารแสดงตนใด ๆ เลย | ระบบเวชระเบียน | “ถ้าไม่มีเอกสารเลย มีขั้นตอนสำหรับกรณีนี้ไหม หรือควรไปที่ไหนแทน” |
| มีเอกสารครบ แต่ไม่อยากให้ที่บ้านรู้ | สิทธิ์ที่ผูกกับผู้ปกครองหรือประกันกลุ่ม | “ถ้าเลือกชำระเองแทนการใช้สิทธิ์ จะมีเอกสารส่งไปที่บ้านหรือที่ทำงานไหม” |
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: คำถามพวกนี้ถามได้ทางโทรศัพท์ก่อนออกเดินทาง ถ้าที่แรกตอบว่าไม่ได้ ให้ถามต่อว่า “แล้วที่ไหนน่าจะทำได้บ้างคะ” หนึ่งคำถามนี้มักย่นเวลาได้หลายชั่วโมง
ไม่อยากใช้สิทธิ์ที่ผูกกับครอบครัว มีทางไหนบ้าง
ความกังวลหลักมักไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องที่บ้านจะรู้ ถ้าสิทธิ์ของคุณผูกกับพ่อแม่หรือผู้ปกครอง เช่น สิทธิ์เบิกจ่ายบางประเภทหรือประกันกลุ่มของครอบครัว การใช้สิทธิ์นั้นอาจทำให้มีเอกสารแจ้งยอดหรือใบรับรองส่งไปถึงผู้ถือสิทธิ์ ประเด็นนี้ขึ้นกับระเบียบของแต่ละกองทุนและบริษัท จึงต้องถามให้ชัดก่อนตัดสินใจ
ทางเลือกที่มักหยิบมาพิจารณากันได้แก่
- ใช้สิทธิ์ของตัวเองแทนสิทธิ์ที่ผูกกับผู้ปกครอง ถ้าคุณมีสิทธิ์แยกอยู่แล้ว
- สอบถามว่าเลือกชำระเองเฉพาะครั้งนี้ได้ไหม และการชำระเองจะทำให้ไม่มีเอกสารส่งกลับบ้านจริงหรือไม่
- สอบถามคลินิกเฉพาะทางด้านสุขภาพทางเพศที่คุ้นเคยกับบริการแบบรักษาความลับ เช่น คลินิกนิรนาม ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย ซึ่งเปิดให้บริการยาป้องกันก่อนและหลังสัมผัสเชื้อทั้งในและนอกเวลาราชการ
- ค้นหาจุดบริการใกล้ตัวและช่องทางติดต่อได้ที่ love2test.org
ไม่ว่าเลือกทางไหน ให้ถามเรื่องความลับตรง ๆ ด้วยประโยคเดียวว่า “ข้อมูลการมารับบริการวันนี้จะถูกส่งไปที่ไหนบ้างคะ” คำตอบที่ได้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้เร็วขึ้นมาก
อายุยังไม่ถึง 18 ปี ต้องมีผู้ปกครองมาด้วยไหม
เงื่อนไขต่างกันตามหน่วยบริการและตามบริการที่ขอรับ ในต่างประเทศก็เป็นแบบเดียวกัน แนวทางของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (US CDC) ฉบับปี 2025 เตือนบุคลากรให้ทราบกฎหมายและระเบียบท้องถิ่นว่าบริการใดที่ผู้เยาว์เข้าถึงได้โดยไม่ต้องมีความยินยอมของผู้ปกครองล่วงหน้า ซึ่งในบางพื้นที่ครอบคลุมถึงการตรวจเอชไอวีและยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ
สำหรับผู้อ่านในไทย คำแนะนำที่ปลอดภัยที่สุดคือ โทรถามก่อนไป ด้วยประโยคว่า “อายุ 16 มาคนเดียวได้ไหมคะ” และถ้าที่นั่นตอบว่าต้องมีผู้ปกครอง ให้ถามต่อทันทีว่ามีหน่วยบริการอื่นที่รับกรณีนี้ไหม อย่าตัดสินใจไม่ไปเพราะกลัวคำตอบ
ควรโทรถามอะไรก่อนออกจากบ้าน
สคริปต์โทรศัพท์สั้น ๆ ที่ใช้ได้กับทุกกรณี ใช้เวลาไม่เกินสองนาที
- “มีเหตุที่อาจสัมผัสเชื้อเอชไอวีเมื่อ [วัน เวลา] อยากขอประเมินเรื่องยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อค่ะ”
- “วันนี้มีเจ้าหน้าที่ที่ประเมินเรื่องนี้ไหม ถึงกี่โมง”
- “ถ้าไม่มีเอกสารครบ ยังเข้ารับการประเมินได้ไหม ต้องใช้อะไรบ้าง”
- “มีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ต้องเตรียมไปไหม”
- “ข้อมูลการมารับบริการจะถูกส่งไปที่ไหนบ้าง”
- “ถ้าที่นี่ทำไม่ได้ พอแนะนำที่อื่นได้ไหม”
ถ้าไม่อยากโทรเอง หรือไม่รู้จะเริ่มที่ไหน ใช้สายด่วนปรึกษาเอดส์ 1663 ได้ทุกวัน เวลา 9.00–21.00 น. บอกจังหวัดที่อยู่ เวลาที่เกิดเหตุ และข้อจำกัดเรื่องเอกสารของคุณ
สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างรอหาทาง
- อย่าซื้อยาต้านไวรัสจากคนอื่นหรือทางออนไลน์มากินเอง สูตรยาและความเหมาะสมต้องผ่านการประเมินรายบุคคล และต้องมีการตรวจก่อนเริ่ม
- อย่ารอให้ทำบัตรใหม่เสร็จก่อนแล้วค่อยไป เพราะกรอบ 72 ชั่วโมงไม่ยืดตามคิวราชการ
- อย่าตัดสินใจไม่ไปเพราะคิดแทนหน่วยบริการว่าเขาคงไม่รับ
- อย่าปล่อยให้เรื่องความลับทำให้ไม่ไปเลย ให้ถามเรื่องความลับ แล้วยังไปอยู่ดี
ลงมือตอนนี้ ห้าขั้นตอนภายในหนึ่งชั่วโมง
- จดวันและเวลาที่เกิดเหตุ แล้วคำนวณว่าเหลือเวลาอีกกี่ชั่วโมงจาก 72 ชั่วโมง
- รวบรวมสิ่งที่พอมี เช่น รูปถ่ายบัตรในโทรศัพท์ เลขประจำตัว 13 หลักที่จำได้ หรือเอกสารอื่นใดที่มีชื่อคุณ
- โทรถามหน่วยบริการที่ใกล้ที่สุดตามสคริปต์หกข้อด้านบน
- ถ้าที่แรกทำไม่ได้ ขอชื่อที่ถัดไปทันที หรือโทร 1663 เพื่อขอทางเลือก
- เดินทางไปในวันนี้ ไม่ต้องรอให้เอกสารครบ
คำถามที่พบบ่อย
ใช้รูปถ่ายบัตรในโทรศัพท์แทนตัวบัตรได้ไหม
บางแห่งรับได้สำหรับขั้นตอนลงทะเบียนเบื้องต้น บางแห่งขอตัวจริง จึงต้องถามก่อนไป ถ้ามีรูปถ่ายบัตรอยู่แล้ว ให้เตรียมเปิดไว้ เพราะช่วยให้เจ้าหน้าที่ค้นข้อมูลได้เร็วขึ้นแม้ในกรณีที่ต้องตามเอกสารตัวจริงทีหลัง
ถ้าไม่มีสัญชาติไทย ยังขอรับบริการได้ไหม
ขึ้นกับหน่วยบริการและชุดสิทธิที่คุณมี บางแห่งมีบริการสำหรับผู้ไม่มีสัญชาติไทยโดยเฉพาะ บางแห่งเป็นแบบชำระเอง ให้โทรถามเป็นรายแห่งและถามค่าใช้จ่ายไปพร้อมกัน อย่าเหมาว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์เข้ารับการประเมิน
ถ้าใช้สิทธิ์ที่บ้าน จะมีใบแจ้งส่งไปถึงพ่อแม่จริงไหม
ต่างกันตามกองทุนและบริษัทประกัน ไม่มีคำตอบเดียว ให้ถามหน่วยบริการตรง ๆ ว่าเอกสารจะถูกส่งไปที่ไหน และถามทางเลือกแบบชำระเองประกอบการตัดสินใจ
ทำไมบางที่ให้ได้ บางที่ให้ไม่ได้
เพราะแต่ละแห่งมีคลังยา รูปแบบการจัดบริการ และระเบียบการเบิกจ่ายต่างกัน องค์การอนามัยโลกฉบับปี 2024 จึงแนะนำให้กระจายบริการยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อออกไปนอกโรงพยาบาลและใช้การแบ่งงานกับบุคลากรที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อลดอุปสรรคเหล่านี้ แต่การนำไปใช้จริงยังไม่เท่ากันทุกพื้นที่
ถ้าสุดท้ายไม่ได้ยาในวันนี้ ควรทำอะไรต่อ
ยังควรเข้ารับการตรวจและคำปรึกษาอยู่ดี เพราะมีเรื่องการตรวจเอชไอวี การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามข้อบ่งชี้ และการวางแผนป้องกันครั้งต่อไปที่ต้องคุยกัน อย่าหายไปเงียบ ๆ
สรุป
ไม่มีใครรับประกันได้ว่าทุกหน่วยบริการจะให้บริการโดยไม่มีเอกสาร เพราะเงื่อนไขต่างกันจริง ๆ สิ่งที่คุณทำได้และได้ผลที่สุดคือเปลี่ยนจากการเดาเป็นการถาม ด้วยคำถามหกข้อทางโทรศัพท์ก่อนออกเดินทาง
ข้อเท็จจริงที่ไม่เปลี่ยนคือ ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง ยิ่งเร็วยิ่งดี และเมื่อเริ่มแล้วต้องกินต่อเนื่อง 28 วัน เอกสารตามทีหลังได้ แต่เวลาตามทีหลังไม่ได้
ทำตอนนี้: คำนวณเวลาที่เหลือ หยิบสิ่งที่พอมีติดตัว แล้วโทรถามหน่วยบริการที่ใกล้ที่สุดภายในชั่วโมงนี้ ถ้าไม่รู้จะโทรที่ไหน เริ่มที่สายด่วน 1663
แหล่งอ้างอิง
- กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค — สิทธิประโยชน์ด้านเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบ (ธันวาคม 2567)
- World Health Organization. Guidelines for HIV post-exposure prophylaxis (2024)
- US CDC. Antiretroviral Postexposure Prophylaxis After Sexual, Injection Drug Use, or Other Nonoccupational Exposure to HIV — United States, 2025
- ศูนย์วิจัยโรคเอดส์และโรคติดเชื้อ สภากาชาดไทย — บริการยาเพร็พและเป็ป
- WHO. Consolidated guidelines on HIV, viral hepatitis and STI prevention, diagnosis, treatment and care for key populations (2022)



