เหตุการณ์แบบไหนเสี่ยงเอชไอวี ตอบได้ด้วยคำถามสี่ข้อ คือมีของเหลวที่ถ่ายทอดเชื้อได้หรือไม่ มีทางเข้าสู่ร่างกายหรือไม่ อีกฝ่ายมีเชื้อและยังไม่ได้กดไวรัสหรือไม่ และเหตุเกิดเมื่อไร ถ้าตอบว่าใช่ครบสามข้อแรกและเหตุเพิ่งเกิดไม่เกิน 72 ชั่วโมง ให้ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องรีบวันนี้

การประเมินเบื้องต้นนี้ไม่ได้แทนการตัดสินใจของผู้ให้บริการ แต่ช่วยให้คุณรู้ว่าควรออกเดินทางเดี๋ยวนี้ หรือควรนัดหมายแบบปกติ และช่วยให้เล่าเรื่องได้ครบเมื่อไปถึง
ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว: ถ้ามีเลือดหรือสารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศเข้าสู่ร่างกายภายใน 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา ให้ถือว่าต้องรีบ ส่วนน้ำลาย การกอด และการใช้ของร่วมกัน ไม่ใช่ความเสี่ยง
เหตุการณ์แบบไหนเสี่ยงเอชไอวีมากกว่ากัน
ตารางด้านล่างสรุปตัวเลขจากแนวทางปี 2025 ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา เป็นค่าประมาณโอกาสรับเชื้อต่อการสัมผัส 10,000 ครั้ง เมื่ออีกฝ่ายมีเชื้อ ตัวเลขนี้ใช้เปรียบเทียบว่าอะไรหนักกว่าอะไร ไม่ใช่คำทำนายว่าครั้งของคุณจะเป็นอย่างไร
| ลักษณะการสัมผัส | โอกาสต่อ 10,000 ครั้ง | แปลว่าอะไร |
|---|---|---|
| รับเลือดที่มีเชื้อจากการถ่ายเลือด | 9,250 | สูงที่สุดในทุกช่องทาง แต่พบยากมากในระบบบริการปัจจุบัน |
| เพศสัมพันธ์ทางทวารหนักฝ่ายรับ | 138 | สูงที่สุดในบรรดาการมีเพศสัมพันธ์ ต้องรีบประเมิน |
| ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน | 63 | สูง และต้องประเมินเรื่องไวรัสตับอักเสบควบคู่ไปด้วย |
| เข็มทิ่มหรือของมีคมบาดที่เปื้อนเลือด | 23 | ต้องรีบ โดยเฉพาะถ้าเกิดในที่ทำงาน |
| เพศสัมพันธ์ทางทวารหนักฝ่ายสอดใส่ | 11 | ต่ำกว่าฝ่ายรับ แต่ยังนับเป็นความเสี่ยงที่ต้องประเมิน |
| เพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดฝ่ายรับ | 8 | นับเป็นความเสี่ยงที่ต้องประเมิน ไม่ใช่ศูนย์ |
| เพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดฝ่ายสอดใส่ | 4 | นับเป็นความเสี่ยงที่ต้องประเมิน |
| เพศสัมพันธ์ทางปาก | ต่ำ | ต่ำมากจนประมาณเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่ไม่ได้เท่ากับศูนย์ |
| ถูกกัด ถูกถ่มน้ำลาย ใช้อุปกรณ์ทางเพศร่วมกัน | น้อยมากจนไม่มีนัยสำคัญ | โดยทั่วไปไม่ใช่เหตุที่ต้องใช้ยาป้องกัน |
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: ตัวเลขที่ดูน้อยไม่ได้แปลว่าไม่ต้องประเมิน แนวทางฉบับเดียวกันระบุว่าไม่แนะนำให้ใช้ยาป้องกันเมื่อการสัมผัสนั้นไม่มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นการตัดสินใจของผู้ให้บริการ ไม่ใช่ของคุณ
ประเมินตัวเองด้วยสี่คำถามนี้
ตอบตามลำดับ ถ้าติดขัดข้อไหนให้ตอบว่า "ไม่ทราบ" แล้วไปข้อถัดไป
- มีของเหลวที่ถ่ายทอดเชื้อได้เข้ามาเกี่ยวข้องไหม ของเหลวที่นับคือเลือด สารคัดหลั่งจากอวัยวะเพศ และของเหลวจากร่างกายอื่นที่อาจมีเชื้อ ส่วนน้ำลาย น้ำตา ปัสสาวะ และเหงื่อ ไม่ใช่ช่องทางที่นับ
- มีทางให้ของเหลวนั้นเข้าสู่ร่างกายไหม เช่น เยื่อบุช่องคลอด ทวารหนัก ปาก ตา แผลเปิดสด หรือการถูกเข็มทิ่ม ถ้าสัมผัสแค่ผิวหนังปกติที่ไม่มีแผล ถือว่าไม่มีทางเข้า
- อีกฝ่ายมีเชื้อหรือไม่ทราบสถานะ และกดไวรัสได้ต่อเนื่องหรือไม่ ถ้าไม่ทราบสถานะ ให้ตอบว่าไม่ทราบ ซึ่งเป็นคำตอบที่ใช้ได้และผู้ให้บริการจะพิจารณาต่อเอง
- เหตุเกิดเมื่อไร ระบุเป็นวันและเวลา ถ้าจำไม่ได้แน่ ให้ระบุเป็นช่วงตั้งแต่เวลาที่เร็วที่สุดถึงช้าที่สุด
ถ้าข้อ 1 และ 2 ตอบว่าใช่ ข้อ 3 ตอบว่าใช่หรือไม่ทราบ และข้อ 4 อยู่ภายใน 72 ชั่วโมง ให้ถือว่าเรื่องนี้ต้องรีบและออกเดินทางวันนี้
อะไรที่ไม่ใช่ความเสี่ยงเลย
ความกังวลจำนวนมากมาจากเหตุการณ์ที่ไม่ได้เป็นช่องทางถ่ายทอดเชื้อตั้งแต่ต้น กรมควบคุมโรคระบุไว้ชัดว่าเอชไอวีไม่ติดต่อผ่านน้ำลาย ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงไม่ใช่ช่องทางถ่ายทอดเชื้อ
- การจูบ
- การกินอาหารหรือดื่มน้ำร่วมกัน
- การใช้ช้อนส้อม แก้วน้ำ หรือจานร่วมกัน
- การกอดและการจับมือ
- การไอและการจาม
- การใช้ห้องน้ำร่วมกัน
ส่วนของเหลวที่กรมควบคุมโรคระบุว่าเป็นช่องทางถ่ายทอดเชื้อได้คือ น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นช่องคลอด เลือด และน้ำนม โดยต้องเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือเนื้อเยื่ออ่อน
ถ้าเหตุการณ์ของคุณอยู่ในรายการนี้ทั้งหมด และไม่มีข้ออื่นเกี่ยวข้อง ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อไม่ใช่สิ่งที่ต้องรีบหาในคืนนี้ แต่ถ้ายังกังวล การนัดตรวจแบบปกติเพื่อให้ได้คำตอบที่แน่นอนก็ยังเป็นทางเลือกที่ดี
ถ้าอีกฝ่ายมีเชื้อแต่รักษาจนตรวจไม่พบ ยังต้องรีบไหม
ถ้าเข้าเงื่อนไขครบ ความเสี่ยงต่ำมาก แนวทางปี 2025 ระบุว่าเมื่อทราบข้อมูลว่าแหล่งสัมผัสกดไวรัสได้อย่างต่อเนื่อง ก็ไม่คาดว่าจะถ่ายทอดเชื้อ และยังระบุด้วยว่ายาป้องกันมีไว้สำหรับกรณีที่แหล่งสัมผัสยังกดไวรัสไม่ได้ต่อเนื่อง หรือไม่ทราบข้อมูลนี้
เงื่อนไขสำคัญที่ห้ามตัดทิ้งคือ ต้องรักษาต่อเนื่องและตรวจไม่พบไวรัสจริง คำว่า "เขาบอกว่ากินยาอยู่" ยังไม่เท่ากับเงื่อนไขนี้ ถ้าคุณไม่มั่นใจ ให้ถือว่าเป็นกรณีไม่ทราบข้อมูล แล้วไปให้ผู้ให้บริการประเมิน
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: ข้อนี้ใช้ลดความตื่นตระหนกได้ แต่ใช้ตัดสินใจแทนการไปพบผู้ให้บริการไม่ได้ ถ้าข้อมูลไม่ครบ ให้เลือกทางที่ปลอดภัยกว่าเสมอ
แบบไหนควรรีบวันนี้ แบบไหนรอนัดได้
ใช้สองรายการนี้ตัดสินใจว่าจะออกจากบ้านตอนนี้หรือจะโทรนัดพรุ่งนี้
ควรรีบภายในวันนี้
- ถุงยางอนามัยแตกหรือหลุดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ภายใน 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน กับคนที่ไม่ทราบสถานะ ภายใน 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น หรือถูกเข็มที่เปื้อนเลือดทิ่ม
- มีเลือดหรือสารคัดหลั่งเข้าตา ปาก หรือแผลเปิด
- เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยคุณไม่ได้ยินยอม หรือจำเหตุการณ์ไม่ได้เลย
นัดหมายแบบปกติได้
- เหตุการณ์อยู่ในรายการที่ไม่ใช่ช่องทางถ่ายทอดเชื้อทั้งหมด
- เกิดขึ้นนานเกิน 72 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งควรไปเพื่อวางตารางตรวจติดตามและคุยเรื่องการป้องกันครั้งต่อไป
- ไม่มีเหตุเสี่ยงเฉพาะ แต่ต้องการตรวจตามรอบเพื่อความสบายใจ
คำถามที่พบบ่อย
ประเมินแล้วดูไม่เสี่ยง แต่ยังนอนไม่หลับ ควรทำอย่างไร
ให้ใช้การนัดตรวจแบบปกติเป็นเครื่องมือจบเรื่อง เพราะความกังวลมักไม่หายด้วยการอ่านเพิ่ม การมีวันตรวจที่ชัดเจนในปฏิทินช่วยได้มากกว่า และถ้าความกังวลเริ่มกระทบการนอนหรือการทำงาน ให้บอกผู้ให้บริการตรง ๆ เพราะบริการปรึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล
ตัวเลขในตารางแปลว่าโอกาสของฉันใช่ไหม
ไม่ใช่ เป็นค่าประมาณเฉลี่ยเมื่ออีกฝ่ายมีเชื้อ ปัจจัยอย่างการมีแผล การมีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นร่วมด้วย และการรักษาของอีกฝ่าย ทำให้ตัวเลขจริงต่างไปได้ทั้งสองทาง ใช้ตารางเพื่อจัดลำดับความเร่งด่วนเท่านั้น
ไม่กล้าเล่ารายละเอียด จะประเมินได้ไหม
ได้ แต่จะแม่นน้อยลง เจ้าหน้าที่ต้องการรู้ว่าเป็นการสัมผัสทางไหนเพื่อเลือกตำแหน่งเก็บตัวอย่างตรวจให้ถูก การเล่าตามจริงจึงมีผลต่อคุณภาพของการตรวจโดยตรง ไม่ใช่แค่เรื่องความอยากรู้
ประเมินเองแล้วคิดว่าไม่เข้าเกณฑ์ จำเป็นต้องไปไหม
ถ้ามีของเหลวและมีทางเข้าสู่ร่างกายภายใน 72 ชั่วโมง ควรไปแม้จะคิดว่าไม่เข้าเกณฑ์ เพราะการชี้ขาดว่าความเสี่ยงมีนัยสำคัญหรือไม่เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการ และถ้าประเมินแล้วไม่ต้องใช้ยา คุณก็ได้คำตอบที่แน่นอนกลับไป
สรุป
การประเมินเบื้องต้นมีไว้เพื่อให้ตัดสินใจเรื่องเวลาได้เร็วขึ้น ไม่ใช่เพื่อหาเหตุผลไม่ไป ทำตามลำดับนี้
- ตอนนี้: ตอบคำถามสี่ข้อในหัวข้อด้านบน แล้วจดคำตอบลงในโน้ตโทรศัพท์
- ถัดไป: ดูตารางเปรียบเทียบว่าเหตุการณ์ของคุณอยู่กลุ่มไหน และเทียบกับรายการที่ไม่ใช่ความเสี่ยง
- ถ้าเข้าข่ายต้องรีบ: ค้นจุดบริการใกล้ตัวจาก love2test.org แล้วออกเดินทางวันนี้ อย่ารอถึงพรุ่งนี้
- ถ้ารอได้: โทรนัดหมายไว้เลยในวันนี้ แล้วลงวันนัดในปฏิทิน อย่าปล่อยให้เป็นเรื่องค้างใจ
- เมื่อไปถึง: เล่าตามคำตอบสี่ข้อที่จดไว้ รวมถึงข้อที่ตอบว่าไม่ทราบ
- ก่อนกลับ: ขอวันนัดตรวจติดตามเป็นวันที่ชัดเจน และถามว่าควรคุยเรื่องการป้องกันระยะยาวหรือไม่
แหล่งอ้างอิง
- ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา — คำแนะนำการใช้ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อจากการสัมผัสนอกการทำงาน ปี 2025 ใช้ยืนยันตารางค่าประมาณโอกาสรับเชื้อต่อการสัมผัส 10,000 ครั้ง ของเหลวที่นับเป็นช่องทางถ่ายทอดเชื้อ หลักที่ว่าไม่แนะนำยาป้องกันเมื่อไม่มีความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ และเรื่องการกดไวรัสของแหล่งสัมผัส
- องค์การอนามัยโลก — ปรับปรุงแนวทางการเข้าถึงยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อเอชไอวี (2024) ใช้ยืนยันกรอบเวลาเริ่มยาเร็วที่สุด ภายใน 24 ชั่วโมง และไม่เกิน 72 ชั่วโมง
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข — ข้อมูลโรคเอชไอวี ใช้ประกอบเรื่องช่องทางการติดต่อของเอชไอวีในบริบทไทย
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข — สิทธิประโยชน์ด้านเอชไอวี ใช้ยืนยันว่าการตรวจเอชไอวีตามสิทธิหลักประกันสุขภาพให้บริการฟรีปีละ 2 ครั้ง และยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อฟรีไม่จำกัดจำนวนครั้ง




