ถ้าคุณ จ่ายค่า PEP ไม่ไหว ในตอนนี้ สิ่งที่ต้องทำก่อนอย่างอื่นคือไปให้ถึงหน่วยบริการก่อน แล้วบอกตรง ๆ ว่ามีข้อจำกัดเรื่องเงิน อย่ารอเก็บเงินให้ครบก่อนแล้วค่อยไป เพราะ PEP (เป๊ป) หรือยาต้านไวรัสที่ใช้ป้องกันเอชไอวีหลังสัมผัสเชื้อ ต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง และเวลาที่เสียไปเอาคืนไม่ได้

ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว: ไปก่อน แล้วพูดว่า “ตอนนี้จ่ายได้จำกัด มีทางเลือกอะไรบ้างคะ” เรื่องเงินมีทางคุยได้เสมอ แต่กรอบ 72 ชั่วโมงคุยไม่ได้

จ่ายค่า PEP ไม่ไหว ควรทำอะไรเป็นอันดับแรก

อันดับแรกคือแยกให้ออกระหว่าง “ค่ายา” กับ “ค่าบริการอื่น ๆ” เพราะสองอย่างนี้คิดกันคนละแบบ และบางส่วนอาจอยู่ในสิทธิที่คุณมีอยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว

กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค เผยแพร่ข้อมูลเมื่อพฤษภาคม 2568 ว่ายาป้องกันก่อนและหลังการสัมผัสเชื้อเอชไอวีจัดให้ฟรีที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งและหน่วยบริการสุขภาพที่ร่วมจัดบริการ และในข้อมูลฉบับเดือนธันวาคม 2567 ระบุเพิ่มว่าใช้บัตรประจำตัวประชาชนเข้ารับบริการได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง

แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: คุณควรถามถึงสิทธิ์นี้ทุกครั้ง แต่อย่าคาดหวังว่าทุกจุดบริการจะเหมือนกันหมด เพราะเงื่อนไข ชุดสิทธิประโยชน์ และรายการที่ครอบคลุมเปลี่ยนได้ตามปีงบประมาณและตามประเภทของหน่วยบริการ ให้ถามยืนยันเป็นรายแห่งเสมอ

สรุปรายการค่าใช้จ่ายที่อาจเกี่ยวข้องกับ PEP เช่น ค่ายา ค่าตรวจเลือด ค่าบริการนอกเวลา ค่าติดตาม และค่าเดินทาง พร้อมคำถามที่ควรถามหน่วยบริการ

ค่าใช้จ่ายที่อาจเจอมีอะไรบ้าง

บทความนี้ไม่ระบุตัวเลข เพราะราคาต่างกันมากตามประเภทหน่วยบริการและช่วงเวลาที่ไป สิ่งที่ทำได้คือรู้ว่ามีรายการอะไรบ้าง แล้วถามให้ครบตั้งแต่ต้น

รายการที่อาจมี ทำไมถึงมี คำถามที่ควรถาม
ค่ายาชุด 28 วัน เป็นรายการหลักของการรักษา “ยาส่วนนี้อยู่ในสิทธิ์ที่ผมมีไหมครับ ถ้าไม่อยู่ ต้องจ่ายเองทั้งหมดไหม”
ค่าตรวจเลือดก่อนเริ่มยา ต้องดูสถานะตั้งต้นและความปลอดภัยของยา “ค่าตรวจวันนี้แยกจากค่ายาไหม รวมกี่รายการ”
ค่าบริการนอกเวลาราชการ มาตอนดึกหรือวันหยุด “ถ้ามาพรุ่งนี้เช้าถูกกว่าไหม และรอได้ไหมโดยไม่เสียกรอบเวลา”
ค่าตรวจติดตามในนัดถัดไป ต้องตรวจซ้ำหลังจบยา “นัดถัดไปมีค่าใช้จ่ายอีกไหม ประมาณกี่ครั้ง”
ค่าเดินทาง ต้องมารับยาส่วนที่เหลือหรือมาตามนัด “รับยาส่วนที่เหลือใกล้บ้านได้ไหม”

คำถามข้อที่มีค่ามากที่สุดคือข้อสุดท้ายของทุกบทสนทนา คือ “ถ้าวันนี้จ่ายได้ไม่ครบ มีทางไหนที่ยังเริ่มยาได้บ้างคะ”

Quicky

ควรพูดอย่างไรเมื่อบอกว่าจ่ายไม่ไหว

พูดตรง ๆ ตั้งแต่ต้น ไม่ต้องรอให้ถึงเคาน์เตอร์ชำระเงิน เพราะถ้ารู้ตั้งแต่ตอนประเมิน ผู้ให้บริการมีตัวเลือกในมือมากกว่า

  • “ตอนนี้มีเงินติดตัวจำกัดมาก อยากทราบว่าเริ่มยาได้ไหมครับ แล้วค่อยจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทีหลัง”
  • “ขอทราบว่ารายการไหนอยู่ในสิทธิ์ และรายการไหนต้องจ่ายเองบ้างคะ”
  • “ถ้าที่นี่จ่ายเองทั้งหมด พอมีหน่วยบริการที่อยู่ในสิทธิ์แนะนำไหมครับ”
  • “ขอคุยกับนักสังคมสงเคราะห์หรือเจ้าหน้าที่สิทธิ์ได้ไหมคะ”

แนวทางของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (US CDC) ฉบับปี 2025 ระบุว่า การประเมินว่าผู้รับบริการจะจ่ายค่ายาครบชุดได้หรือไม่ เป็นส่วนหนึ่งของงานที่บุคลากรต้องทำ ไม่ใช่ปัญหาที่ผู้รับบริการต้องแบกคนเดียว การเปิดเรื่องนี้ก่อนจึงไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นข้อมูลที่ผู้ให้บริการต้องการ

ถ้าได้ยามาไม่ครบ 28 วันเพราะจ่ายได้เท่านี้ ทำอย่างไร

บางแห่งจ่ายยาชุดเริ่มต้นให้ก่อนไม่กี่วัน แล้วนัดมารับส่วนที่เหลือ วิธีนี้มีที่ใช้จริง แต่ US CDC เตือนว่าการได้ยาเป็นชุดเริ่มต้นสัมพันธ์กับอัตราการกินยาจนครบที่ต่ำลงในบางบริบท เพราะคนจำนวนหนึ่งไม่ได้กลับมาตามนัด

ดังนั้นถ้าคุณได้ยามาไม่ครบชุด ให้ทำสามอย่างนี้ก่อนออกจากหน่วยบริการ

  1. ถามให้ชัดว่ายาที่ได้พอถึงวันไหน และต้องกลับมารับส่วนที่เหลือวันไหน
  2. ตั้งเตือนในโทรศัพท์ล่วงหน้าสองวันก่อนยาหมด
  3. ขอเบอร์ติดต่อกลับ เผื่อวันนัดไปไม่ได้ จะได้เลื่อนแทนการหายไป

แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: ยาชุดนี้ให้ผลก็ต่อเมื่อกินครบตามแผน การวางแผนรับส่วนที่เหลือจึงสำคัญพอ ๆ กับการได้เม็ดแรก

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อมีข้อจำกัดด้านเงิน เช่น ไม่แบ่งยาหรือใช้ยาของผู้อื่น ไม่ซื้อยาออนไลน์เอง และไม่รอจนพ้น 72 ชั่วโมง พร้อมแนวทางหาหน่วยบริการและสอบถามสิทธิ์ก่อนเริ่มยา

Love2Test

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อไม่มีเงิน

  • อย่าขอยาต่อจากคนรู้จักที่กินยาต้านไวรัสอยู่ ยาแต่ละสูตรใช้คนละวัตถุประสงค์ และการกินไม่ครบสูตรอาจเป็นอันตราย
  • อย่าสั่งซื้อยาทางออนไลน์โดยไม่มีการประเมิน เพราะไม่มีการตรวจก่อนเริ่มยาและไม่มีคนติดตามผลข้างเคียง
  • อย่าแบ่งยาให้ยืดออกไปเกิน 28 วันเพื่อประหยัด เพราะแผนการกินยาถูกกำหนดมาแล้ว การเปลี่ยนเองทำให้ผลป้องกันลดลง
  • อย่ารอเงินเดือนออก ถ้ายังอยู่ในกรอบ 72 ชั่วโมง ให้ไปก่อนแล้วคุยเรื่องเงินที่นั่น

ลงมือตอนนี้ หกขั้นตอนเมื่อเงินไม่พอ

  1. คำนวณว่าเหลือเวลาอีกกี่ชั่วโมงจากกรอบ 72 ชั่วโมง
  2. โทรถามโรงพยาบาลของรัฐที่ใกล้ที่สุดว่า “บริการนี้อยู่ในสิทธิ์ไหม และมีค่าใช้จ่ายส่วนใดที่ต้องเตรียม”
  3. ถ้าตอบว่าต้องจ่ายเอง ให้ถามต่อว่ามีหน่วยบริการที่อยู่ในสิทธิ์ใกล้เคียงไหม
  4. ค้นหาจุดบริการและช่องทางติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ love2test.org หรือโทรสายด่วนปรึกษาเอดส์ 1663 ทุกวัน เวลา 9.00–21.00 น.
  5. ไปให้ถึง แล้วบอกเรื่องข้อจำกัดด้านการเงินตั้งแต่ขั้นตอนประเมิน
  6. ก่อนกลับ ถามให้ครบว่ายาพอถึงวันไหน นัดถัดไปวันไหน และมีค่าใช้จ่ายอะไรอีก

คำถามที่พบบ่อย

ตกลงยานี้ฟรีหรือไม่ฟรีกันแน่

กรมควบคุมโรคระบุไว้เมื่อพฤษภาคม 2568 ว่ายาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อจัดให้ฟรีที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งและหน่วยบริการที่ร่วมจัดบริการ แต่รายละเอียดปลีกย่อย เช่น ค่าตรวจหรือค่าบริการนอกเวลา อาจต่างกันไปตามแห่ง จึงควรถามยืนยันก่อนทุกครั้งแทนการเหมาว่าฟรีทั้งหมดหรือแพงทั้งหมด

ไปคลินิกเอกชนเพราะใกล้กว่า จะแพงกว่าไหม

ราคาต่างกันได้มากและบทความนี้ไม่ระบุตัวเลข ให้โทรถามค่าใช้จ่ายทั้งค่ายาและค่าตรวจก่อนไป แล้วเทียบกับหน่วยบริการของรัฐที่ใกล้เคียง ถ้าเวลาบีบมาก ให้เลือกที่ที่ไปถึงได้เร็วที่สุดก่อน แล้วค่อยจัดการเรื่องสิทธิ์ทีหลัง

ถ้าไม่มีเงินแม้แต่ค่ารถ ควรทำอย่างไร

โทรสายด่วน 1663 แล้วบอกจังหวัดที่อยู่และเวลาที่เกิดเหตุ ผู้ให้คำปรึกษาช่วยชี้จุดบริการที่ใกล้ที่สุดได้ และบางพื้นที่มีองค์กรภาคประชาสังคมที่ช่วยประสานงานได้ อย่าถอดใจเพราะเรื่องค่าเดินทาง

จ่ายไม่ไหวแล้วเลย 72 ชั่วโมงไปแล้ว ยังต้องไปไหม

ยังควรไป เพราะแม้ยาชุดนี้จะไม่แนะนำเมื่อพ้น 72 ชั่วโมง แต่ยังมีเรื่องการตรวจเอชไอวี การตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามข้อบ่งชี้ และการวางแผนป้องกันครั้งต่อไปที่ควรคุยกับผู้ให้บริการ

ยานี้ป้องกันโรคอื่นด้วยไหม จะได้คุ้มค่าเงิน

ไม่ ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อป้องกันเฉพาะเอชไอวี ไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นและไม่ป้องกันการตั้งครรภ์ ถ้ากังวลเรื่องอื่นด้วย ให้ถามเรื่องการตรวจเพิ่มในวันเดียวกัน จะได้ไม่ต้องเดินทางหลายรอบ

Buddy Chat — Love2Test

สรุป

เรื่องเงินเป็นเหตุผลที่ทำให้คนจำนวนมากไม่ได้เริ่มยาทันเวลา ทั้งที่หลายกรณีคุยกันได้ที่หน้างาน ลำดับที่ถูกต้องคือไปก่อน บอกข้อจำกัดตั้งแต่ตอนประเมิน แล้วให้ผู้ให้บริการช่วยหาทางร่วมกับคุณ

ข้อเท็จจริงที่ต้องถือไว้คือ ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง ยิ่งเร็วยิ่งดี และต้องกินต่อเนื่องจนครบ 28 วัน ส่วนราคาและสิทธิ์เป็นเรื่องที่เปลี่ยนได้ตามหน่วยบริการและปีงบประมาณ จึงต้องถามยืนยันเสมอ ไม่ใช่เชื่อตัวเลขที่ใครเล่าต่อกันมา

ทำตอนนี้: โทรถามโรงพยาบาลของรัฐที่ใกล้ที่สุดว่าบริการนี้อยู่ในสิทธิ์ไหม แล้วออกเดินทางในวันนี้ ถ้าไม่รู้จะเริ่มที่ไหน โทร 1663 ระหว่างเวลา 9.00–21.00 น.

แหล่งอ้างอิง