โทรได้ และการโทรก็นับเป็นการลงมือแล้ว สายด่วนปรึกษาเอชไอวี หมายเลข 1663 เป็นบริการปรึกษาทางโทรศัพท์ที่มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ดูแลอยู่ และข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่าเปิดทุกวัน 09.00 ถึง 21.00 น. แต่มีเงื่อนไขที่ต้องรู้ก่อนกดโทร ถ้าเหตุเสี่ยงเพิ่งเกิดและยังไม่เกิน 72 ชั่วโมง ให้ถือว่าการโทรเป็นสิ่งที่ทำระหว่างเดินทางไปหน่วยบริการ ไม่ใช่สิ่งที่ทำแทนการไป
สายด่วนปรึกษาเอชไอวี 1663 เป็นบริการแบบไหน
ข้อมูลที่เครือข่าย RSA เผยแพร่เมื่อปี 2565 อธิบายว่า 1663 เป็นบริการปรึกษาทางโทรศัพท์ที่ตั้งใจให้ช่วยคลี่คลายความกังวล ช่วยค้นหาทางเลือกในการจัดการปัญหา และส่งต่อผู้รับบริการไปยังบริการที่มีคุณภาพ โดยเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 ถึง 21.00 น. ชื่อเต็มคือสายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม คนที่โทรมาด้วยเรื่องเอชไอวีและเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พร้อมจึงใช้หมายเลขเดียวกัน
ข่าวของไทยพีบีเอสเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ระบุว่าสายด่วน 1663 อยู่ภายใต้การบริหารของมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ สองแหล่งนี้เผยแพร่ต่างปีกัน เรื่องเวลาเปิดปิดจึงควรเผื่อใจว่าอาจเปลี่ยนได้ ถ้าโทรในช่วงที่ควรเปิดแล้วไม่มีใครรับสาย ให้ข้ามไปใช้ช่องทางที่เป็นหน่วยบริการจริง
ตั้งความคาดหวังให้ตรงว่า นี่เป็นบริการปรึกษา ไม่ใช่ห้องตรวจและไม่ใช่ห้องยา ผลเลือดของคุณและยาที่คุณอาจต้องได้ ยังอยู่ที่หน่วยบริการเสมอ
โทรก่อน หรือไปหน่วยบริการเลย ให้เวลาเป็นคนตัดสิน
เกณฑ์ตัดสินใจไม่ใช่ว่าคุณพร้อมทางใจแค่ไหน แต่เป็นจำนวนชั่วโมงที่ผ่านไปแล้ว องค์การอนามัยโลกระบุในแนวทางยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อเอชไอวีฉบับปี 2024 ว่าการเข้าถึงยาได้ทันเวลาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อผลของยา และยานี้ได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยควรเริ่มภายใน 24 ชั่วโมง และไม่ช้ากว่า 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสเชื้อ เอกสารฉบับเดียวกันระบุว่าควรได้รับยาเป็นชุด 28 วัน
แปลเป็นการตัดสินใจของวันนี้ได้ตามนี้
- ยังไม่เกิน 72 ชั่วโมง ให้ออกเดินทางไปหน่วยบริการที่ประเมินและจ่ายยาได้ก่อน แล้วโทรปรึกษาระหว่างทางหรือระหว่างรอคิว รายละเอียดของชั่วโมงแรก ๆ อ่านได้ที่ หลังเสี่ยง HIV 24 ชั่วโมง ทำอะไร เริ่ม PEP ให้ทัน
- เกิน 72 ชั่วโมงไปแล้ว กรอบเวลาของยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อผ่านไปแล้ว เรื่องที่ยังทำได้คือการวางแผนตรวจและดูแลตัวเองต่อ ตรงนี้การโทรปรึกษาเป็นจุดเริ่มที่ใช้ได้
- ไม่แน่ใจว่านับเป็นความเสี่ยงไหม ให้เล่าตามจริงแล้วให้คนปลายสายช่วยดู ดีกว่าเดาเองจนเลยเวลา
ก่อนกดโทร เตรียมข้อมูลหกอย่างนี้ไว้
ยิ่งข้อมูลครบ คนปลายสายยิ่งช่วยได้ตรงจุด และคุณไม่ต้องเล่าซ้ำเมื่อไปถึงหน่วยบริการ จดใส่โน้ตในโทรศัพท์ก่อนจะเร็วกว่านึกสด
- วันและเวลาโดยประมาณของเหตุการณ์ ถ้าจำได้แค่ช่วงกว้าง ๆ ก็บอกเป็นช่วง
- ลักษณะเหตุการณ์ เช่น ถุงยางแตกหรือหลุด ไม่ได้ใช้ถุงยาง หรือสัมผัสเลือด
- สิ่งที่รู้เกี่ยวกับอีกฝ่าย เท่าที่รู้จริง ไม่ต้องเดาแทนเขา
- อาการที่มีตอนนี้ เช่น ไข้ ผื่น เจ็บคอ หรือไม่มีอาการเลย
- ยาและโรคประจำตัวของคุณ รวมถึงยาที่ซื้อกินเอง
- สิ่งที่ทำไปแล้ว เช่น เคยกินยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ กินเพร็พอยู่ หรือเพิ่งใช้ชุดตรวจด้วยตัวเอง
เรื่องไหนคุยทางโทรศัพท์ได้ เรื่องไหนต้องไปให้ถึงที่
เส้นแบ่งนี้ชัดกว่าที่คิด และรู้ไว้จะไม่เสียเวลารอคำตอบที่โทรศัพท์ให้ไม่ได้ ดังนี้
| สิ่งที่คุณต้องการ | ทางโทรศัพท์ | สิ่งที่แหล่งข้อมูลระบุ |
|---|---|---|
| รู้สถานะเอชไอวีของตัวเอง | ไม่ได้ | คู่มือของ HIV i-Base ในสหราชอาณาจักรตอบคำถาม "ฉันมีเชื้อเอชไอวีหรือไม่" ว่าทางเดียวที่จะรู้คือคุณต้องไปตรวจ โดยมีข้อยกเว้นว่าบางกรณีความเสี่ยงเป็นศูนย์ |
| ตัดสินใจเรื่องยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ | ปรึกษาได้ แต่รับยาไม่ได้ | อนามัยโลกระบุว่าผู้ที่กำลังคิดเรื่องเพร็พหรือยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ ควรขอคำแนะนำจากแพทย์หรือผู้ให้บริการทางคลินิก |
| ยืนยันผลที่ขึ้นว่ามีปฏิกิริยา | ไม่ได้ | อนามัยโลกระบุว่าไม่มีการตรวจชนิดเดียวที่ให้การวินิจฉัยผลบวกได้ครบถ้วน ต้องมีการตรวจยืนยันโดยบุคลากรที่ผ่านการอบรม |
| หาที่ตรวจและวางแผนวันตรวจ | ได้ | ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่า 1663 ช่วยค้นหาทางเลือกและส่งต่อไปยังบริการที่มีคุณภาพ |
| คลายความกังวลระหว่างรอ | ได้ | คู่มือของ i-Base เขียนว่าการตรวจเอชไอวีทำให้เครียดได้ และผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพช่วยคุยเรื่องความกลัวนั้นได้ |
สามแถวแรกลงเอยที่เดียวกัน คือต้องมีคนตรวจและประเมินคุณตัวต่อตัว การโทรจึงมีประโยชน์ที่สุดเมื่อใช้เพื่อไปให้ถึงจุดนั้นเร็วขึ้น
หลังวางสาย เปลี่ยนคำปรึกษาให้เป็นวันนัดตรวจ
คำปรึกษาที่ดีที่สุดก็ยังไม่เปลี่ยนอะไร ถ้าไม่มีวันเวลาถูกจดลงในปฏิทิน เรื่องช่วงเวลาที่ตรวจแล้วเชื่อผลได้ ให้ยึดตามนัดของหน่วยบริการที่ประเมินคุณ กรอบกว้าง ๆ ที่อนามัยโลกระบุไว้ในเอกสารข้อเท็จจริงคือ คนส่วนใหญ่สร้างแอนติบอดีต่อเชื้อเอชไอวีขึ้นภายใน 28 วันหลังติดเชื้อ ช่วงก่อนหน้านั้นเป็นช่วงที่ระดับแอนติบอดียังต่ำจนการตรวจแบบรวดเร็วหลายชนิดตรวจไม่พบ และผู้ที่เพิ่งมีเหตุสัมผัสความเสี่ยงสูงแล้วตรวจได้ผลลบ สามารถตรวจอีกครั้งได้หลังจากนั้น 28 วัน
ตัวเลข 28 วันนี้เป็นกรอบทั่วไป ไม่ใช่ตารางนัดสำเร็จรูป เพราะการตรวจแต่ละชนิดตรวจพบได้ไม่เท่ากัน ถ้าอยากเห็นแผนแบบเรียงวัน อ่านต่อที่ หลังเสี่ยงควรตรวจ HIV วันไหน วางแผนตั้งแต่วันนี้ถึง 12 สัปดาห์ ส่วนเรื่องชนิดการตรวจกับการอ่านผล มูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation) รวบรวมไว้ในหน้า ตรวจ HIV เมื่อไหร่ดี และควรเลือกการตรวจแบบไหน
อนามัยโลกยังระบุว่าเอชไอวีวินิจฉัยได้ด้วยการตรวจแบบรวดเร็วที่ให้ผลภายในวันเดียว และระบุในเอกสารเดียวกันว่าผลที่มีปฏิกิริยายังต้องมีการตรวจยืนยัน การไปตรวจจึงไม่ได้กินเวลาทั้งสัปดาห์อย่างที่หลายคนกลัว ถ้าสะดวกจองเวลาล่วงหน้า ทำได้ที่หน้า นัดหมายกับคลินิก
โทรตอนดึกหรือวันหยุดแล้วไม่มีใครรับ ทำอะไรได้
ช่วงที่สายด่วนไม่ได้เปิดคือช่วงที่คนกังวลที่สุดพอดี ถ้าตอนนี้โทรไม่ติด ให้ใช้ลำดับนี้
- ถ้ายังไม่เกิน 72 ชั่วโมงนับจากเหตุการณ์ อย่ารอถึงเช้า ให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลรัฐที่ใกล้ที่สุด แล้วบอกว่าขอปรึกษาเรื่องยาป้องกันเอชไอวีหลังสัมผัสเชื้อ
- ถ้ากำลังกินยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้ออยู่และมีปัญหากลางทาง ให้โทรหาหน่วยบริการที่จ่ายยาให้คุณก่อน เพราะที่นั่นมีบันทึกว่าคุณได้สูตรยาแบบไหน
- ถ้าเลยกรอบ 72 ชั่วโมงและไม่มีอาการเร่งด่วน การรอถึงเวลาทำการแล้วโทรปรึกษาเพื่อนัดตรวจ เป็นทางที่สมเหตุสมผล
สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างรอคือหาซื้อยาต้านไวรัสมากินเอง เพราะสูตรยาและการตรวจพื้นฐานก่อนเริ่มยา ต้องให้ผู้ให้บริการประเมินเป็นรายคน

คำถามที่พบบ่อย
โทร 1663 ต้องบอกชื่อจริงไหม เสียค่าโทรไหม
สองเรื่องนี้เราไม่ยืนยัน เพราะแหล่งที่เปิดอ่านได้ไม่ได้ระบุเงื่อนไขการแจ้งชื่อและค่าโทรไว้ ถ้าเป็นประเด็นที่ทำให้ลังเล ให้ถามเจ้าหน้าที่ตอนต้นสาย
ปรึกษาทางโทรศัพท์แทนการตรวจได้ไหม
ไม่ได้ คู่มือของ HIV i-Base ตอบตรง ๆ ว่าทางเดียวที่จะรู้สถานะของตัวเองคือการไปตรวจ เขาเขียนต่อว่าองค์กรให้ข้อมูลเรื่องความเสี่ยงได้ แต่ถ้าความเสี่ยงไม่ใช่ศูนย์ก็ต้องตรวจเพื่อให้รู้ผล การปรึกษาจึงช่วยให้เข้าใจและไปต่อถูกทาง แต่ไม่ได้แทนผลตรวจของคุณ
โทรไปแล้วขอให้สั่งยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อได้ไหม
ไม่ได้ เอกสารข้อเท็จจริงของอนามัยโลกระบุว่าผู้ที่กำลังคิดเรื่องยาป้องกันทั้งก่อนและหลังสัมผัสเชื้อ ควรขอคำแนะนำจากผู้ให้บริการทางคลินิก และแนวทางปี 2024 ระบุว่าควรได้รับเป็นชุด 28 วัน ซึ่งต้องมีการประเมินก่อน
ชุดตรวจที่บ้านขึ้นว่ามีปฏิกิริยา โทรปรึกษาก่อนได้ไหม
โทรได้ และการมีคนช่วยตั้งสติในนาทีนั้นมีประโยชน์จริง แต่ผลนั้นยังไม่ใช่คำวินิจฉัย อนามัยโลกระบุว่าไม่มีการตรวจชนิดเดียวที่ให้การวินิจฉัยผลบวกได้ครบถ้วน ต้องมีการตรวจยืนยันโดยบุคลากรที่ผ่านการอบรม
สรุป
การโทรปรึกษาเป็นก้าวที่เล็กพอจะทำได้ตอนที่ยังไม่พร้อมทำอะไรใหญ่กว่านั้น และ 1663 ก็ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น สิ่งเดียวที่การโทรทำแทนไม่ได้คือการตรวจและการรับยา
ทำตอนนี้ ดูเวลาที่ผ่านไปจากเหตุการณ์ก่อน ถ้ายังไม่เกิน 72 ชั่วโมงให้ออกไปหน่วยบริการแล้วโทรระหว่างทาง ถ้าเกินแล้วให้โทรในช่วง 09.00 ถึง 21.00 น. พร้อมข้อมูลหกอย่างในมือ แล้วปิดสายด้วยการมีวันนัดตรวจอยู่ในปฏิทิน การไปตรวจไม่ได้ทำให้คุณเป็นคนผิด มันเป็นการดูแลตัวเอง
แหล่งอ้างอิง
- RSATHAI — 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม โดยมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ (2565)
- ไทยพีบีเอส — อนุมัติ "สายด่วนท้องไม่พร้อม 1663" เป็นหน่วยบริการระบบบัตรทอง (ส.ค. 2567)
- World Health Organization — Guidelines for HIV post-exposure prophylaxis (2024)
- World Health Organization — HIV and AIDS fact sheet
- HIV i-Base — Do I have HIV or need to test?
- HIV i-Base — HIV testing: feelings of fear, anxiety and guilt


