ถูกแอบถอดถุงยางระหว่างมีเพศสัมพันธ์ สิ่งที่มีกรอบเวลาคือการไปสถานพยาบาลเพื่อขอประเมินเป๊ป (PEP) ซึ่งเป็นยาป้องกันเอชไอวีหลังสัมผัสเชื้อ ให้ไปโดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์ 72 ชั่วโมงคือเส้นช้าที่สุด ไม่ใช่เวลาที่รอได้ แนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 จัดการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักและทางช่องคลอดโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยไว้ในกลุ่มที่แนะนำให้ใช้ยานี้
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของคุณ ผู้เขียนเห็นว่าเรื่องอื่น เช่น จะคุยกับอีกฝ่ายหรือไม่ จะบอกใครหรือไม่ ตัดสินใจทีหลังได้ ส่วนเรื่องยารอไม่ได้
ถูกแอบถอดถุงยาง สี่อย่างที่ควรทำตามลำดับ
ข้อต่อไปนี้เรียงตามความเร่งด่วน กรอบเวลาของเป๊ปมาจากแนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 คำแนะนำที่ไม่บอกชื่อแหล่งเป็นข้อเสนอของผู้เขียน
- ไปสถานพยาบาล โดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์ บอกว่ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย และขอประเมินเป๊ป
- จดเวลา ที่มีเพศสัมพันธ์ไว้บอกแพทย์ จดระหว่างเดินทางได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าเขาถอดตอนไหน ให้จดเวลาที่เร็วที่สุดที่เป็นไปได้
- ไม่ต้องรอผลเลือดของอีกฝ่ายก่อนไป แนวทางฉบับเดียวกันเขียนว่าการสัมผัสที่ไม่ใช่จากการทำงาน ส่วนใหญ่จะไม่พบหรือไม่สามารถตรวจเลือดของอีกฝ่ายได้
- ถ้าตั้งครรภ์ได้ ถามเรื่องการคุมกำเนิดฉุกเฉินในคราวเดียวกัน องค์การอนามัยโลก (WHO) เขียนว่าวิธีคุมกำเนิดฉุกเฉินแนะนำให้ใช้ภายใน 5 วัน และยิ่งใช้เร็วหลังมีเพศสัมพันธ์ยิ่งได้ผล วิธีที่มีให้และกรอบเวลาของวิธีนั้น ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกร
แนวทางไทยไม่ได้เอ่ยถึงการแอบถอดถุงยางโดยตรง ผู้เขียนอ่านว่าช่วงที่ถุงยางอนามัยถูกถอดออกแล้วคือการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ส่วนการตัดสินว่าควรได้ยาหรือไม่เป็นของแพทย์ ไม่ต้องประเมินเองก่อนไป อ่านต่อได้ที่ ขอ PEP ต้องพูดว่าอะไร ประโยคที่ใช้ได้จริงและข้อมูลที่ต้องเตรียม
การแอบถอดถุงยางคืออะไร และงานวิจัยที่เมลเบิร์นพบมากแค่ไหน
งานวิจัยจากออสเตรเลียในวารสาร PLOS ONE ปี 2018 นิยามการแอบถอดถุงยาง (stealthing) ว่าเป็นการที่คู่นอนถอดถุงยางอนามัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ทั้งที่อีกฝ่ายยินยอมเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์ที่ใช้ถุงยางอนามัย ในการวิเคราะห์ ผู้วิจัยนับรวมกรณีที่มารู้ทีหลังว่าถูกถอด และกรณีที่ขอให้ใส่แต่อีกฝ่ายไม่ได้ใส่เลย
ผู้วิจัยสำรวจผู้หญิงและชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มารับบริการศูนย์สุขภาพทางเพศเมลเบิร์น ช่วงธันวาคม 2017 ถึงกุมภาพันธ์ 2018 ในกลุ่มที่นำมาวิเคราะห์ ผู้หญิง 346 จาก 1,084 คน หรือร้อยละ 32 และชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย 168 จาก 872 คน หรือร้อยละ 19 รายงานว่าเคยถูกแอบถอดถุงยาง
ผู้วิจัยเตือนว่าผู้รับบริการของคลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยทั่วไปมีความเสี่ยงสูงกว่าประชากรทั่วไป คนที่เคยเจอเหตุการณ์นี้อาจตอบแบบสำรวจมากกว่าคนอื่น และยังต้องศึกษาต่อว่าในชุมชนทั่วไปพบมากแค่ไหน
แนวทางไทย ปี 2564/2565 เขียนเรื่องเป๊ปไว้ว่าอย่างไร
| เรื่อง | แนวทางเขียนว่า |
|---|---|
| การเริ่มยา | เมื่อมีข้อบ่งชี้ ให้เริ่มโดยเร็วที่สุดหลังสัมผัส อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมง กินจนครบ 4 สัปดาห์ และควรอยู่ภายใต้การติดตามดูแลของแพทย์ |
| การตรวจก่อนให้ยา | มีการประเมินพื้นฐานก่อนให้ยา และเพิ่มการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กับการทดสอบการตั้งครรภ์ |
| การตรวจติดตาม | ตรวจเอชไอวีซ้ำหลังสัมผัส 1 เดือนและ 3 เดือน ช่วงนี้ให้สวมถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง งดบริจาคเลือด อวัยวะ และอสุจิ และให้มาพบแพทย์ทันทีเมื่อสงสัยว่ามีอาการของการติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลัน |
| มาช้ากว่า 72 ชั่วโมง | เมื่อแพทย์ผู้ดูแลเบื้องต้นเห็นว่าจำเป็น ผู้สัมผัสประสงค์จะรับยาหลังได้รับคำแนะนำ หรือไม่ทราบข้อมูลของอีกฝ่าย ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ และพิจารณาการให้ยาเป็นราย ๆ ไป |
ตารางนี้มีไว้ให้รู้ว่าควรถามอะไร ไม่ได้มีไว้ให้ประเมินเองว่าไม่ต้องไป
นักวิจัยและองค์กรสุขภาพทางเพศในต่างประเทศมองการกระทำนี้อย่างไร
ผู้วิจัยชุดเดียวกันเขียนว่าการถอดถุงยางอนามัยในสถานการณ์ที่อีกฝ่ายจะไม่เต็มใจมีเพศสัมพันธ์ถ้าไม่มีถุงยางอนามัย เป็นการละเมิดความยินยอม ในกลุ่มที่เคยถูกแอบถอด ผู้หญิงร้อยละ 62 และชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายร้อยละ 61 มองว่าเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนกลุ่มที่ไม่เคยเจออยู่ที่ร้อยละ 85 และ 84
บทความในบล็อกของ Brook องค์กรการกุศลด้านสุขภาพทางเพศในสหราชอาณาจักร เขียนว่าตามกฎหมายของอังกฤษและเวลส์ การกระทำนี้อาจถูกดำเนินคดีเป็นการข่มขืนได้ และเขียนว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยากดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งเป็นการตัดสินใจของผู้ที่เจอเหตุการณ์เอง
แหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้เขียนว่ากฎหมายไทยจัดการกระทำนี้ไว้อย่างไร บทความจึงไม่ตอบข้อนี้ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 เขียนในหน้าภารกิจที่เปิดอ่านเมื่อ 7 ตุลาคม 2569 ว่าให้คำแนะนำปรึกษาปัญหาสังคม ช่วยเหลือเบื้องต้น และประสานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน้านั้นไม่ได้เอ่ยถึงการแอบถอดถุงยางโดยตรง ให้ถามว่ามีช่องทางใดรองรับ อ่านต่อได้ที่ ถูกล่วงละเมิดทางเพศ: สิ่งที่ทำได้ตอนนี้และสิทธิที่มี
ดูแลใจตัวเอง และการป้องกันที่คุณเป็นคนถือเอง
ในงานวิจัยที่เมลเบิร์น มากกว่าครึ่งของผู้ที่เคยถูกแอบถอดรายงานว่าเครียดทางอารมณ์หลังเหตุการณ์ ถ้าคุณรู้สึกแย่ คุณไม่ได้คิดมากไปเอง
ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ผู้เขียนแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ส่วนเมื่อนอนไม่หลับ ตระหนก หรือกังวลใจ หน้าเว็บของศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 กรมสุขภาพจิต ที่เปิดอ่านเมื่อ 7 ตุลาคม 2569 ระบุว่าโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หน้านั้นพูดถึงการโทรปรึกษา ไม่ได้เขียนว่าเป็นช่องทางฉุกเฉิน
เรื่องการป้องกันหลังจากนี้ แนวทางเพร็พของไทย ปี 2568 ยกผู้ที่เคยรับเป๊ปเป็นตัวอย่างของผู้ที่ควรได้รับการปรึกษาเรื่องเพร็พ (PrEP) ซึ่งเป็นยาป้องกันเอชไอวีก่อนสัมผัสเชื้อ

คำถามที่พบบ่อย
เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเขาถอดถุงยาง ยังต้องไปไหม
ควรไป งานวิจัยที่เมลเบิร์นนับกรณีที่มารู้ทีหลังว่าเป็นการถูกแอบถอดด้วย ส่วนเรื่องเป๊ป ให้ไปโดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
อีกฝ่ายยืนยันว่าตัวเองไม่มีเชื้อ ยังต้องไปไหม
ควรไปให้แพทย์ประเมิน ผู้เขียนแนะนำให้เล่าสิ่งที่อีกฝ่ายบอกให้แพทย์ฟัง และไม่ใช้คำบอกเล่านั้นตัดสินเองว่าไม่ต้องไป
ต้องเล่าว่าถูกแอบถอดให้เจ้าหน้าที่ฟังไหม
ผู้เขียนเห็นว่าเล่าเท่าที่พร้อมได้ ข้อมูลที่แนวทางไทยใช้พิจารณามี เช่น เวลาที่ผ่านมาหลังสัมผัส และชนิดของการสัมผัส อย่างทางทวารหนักหรือทางช่องคลอด
ขอให้ใส่ถุงยางแต่เขาไม่ใส่เลย นับเป็นเรื่องเดียวกันไหม
งานวิจัยที่เมลเบิร์นนับกรณีนี้รวมไว้ด้วย ส่วนเรื่องเป๊ป แนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ดูที่การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ให้ไปขอประเมินโดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
จำเป็นต้องคุยกับอีกฝ่ายก่อนไหม
แหล่งที่เปิดอ่านไม่ได้เขียนว่าต้องคุยกับอีกฝ่ายก่อน ผู้เขียนเห็นว่าความปลอดภัยของคุณและการไปขอประเมินเป๊ปมาก่อน ส่วนจะคุยหรือไม่เป็นการตัดสินใจของคุณ
สรุป
- ถูกแอบถอดถุงยาง ให้ไปขอประเมินเป๊ปโดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์ แนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ให้แพทย์พิจารณาเป็นราย ๆ ไป
- ผู้วิจัยของงานที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เขียนว่าการกระทำนี้เป็นการละเมิดความยินยอม
- ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง ผู้เขียนแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที
อ่านต่อได้ที่ PEP: การป้องกัน HIV แบบฉุกเฉินหลังเหตุที่กังวล ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 กรมควบคุมโรค
- Latimer RL และคณะ Non-consensual condom removal, reported by patients at a sexual health clinic in Melbourne, Australia วารสาร PLOS ONE ปี 2018
- Stealthing: What is it and why do you need to know about it? ของ Brook ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2025
- Emergency contraception เอกสารข้อเท็จจริงของ WHO 9 พฤศจิกายน 2021
- แนวทางการจัดบริการยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2568 กรมควบคุมโรค
- ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดอ่าน 7 ตุลาคม 2569
- สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 กรมสุขภาพจิต เปิดอ่าน 7 ตุลาคม 2569


