เสี่ยงเอชไอวีที่ต่างประเทศ ผู้เขียนแนะนำว่าไม่ต้องรอกลับไทย ให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในประเทศนั้น เพื่อขอยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อหรือเป๊ป (PEP) โดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์ แนวทางการรักษาเอชไอวีของไทยปี 2564/2565 เขียนว่าเมื่อมีข้อบ่งชี้ ต้องให้ยาโดยเร็วที่สุดหลังสัมผัส ภายใน 1 ถึง 2 ชั่วโมง และอย่างช้าที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมง
ถ้ากลับถึงไทยแล้วยังไม่ได้ยา ใช้หลักเดียวกัน คือไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไป ถ้าเริ่มยามาจากต่างประเทศแล้ว ให้นำยาและเอกสารไปพบแพทย์ในไทยก่อนยาหมด และอย่าซื้อยากินเอง
เสี่ยงเอชไอวีที่ต่างประเทศ ทำไมไม่ควรรอกลับไทย
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 เขียนว่าเมื่อมีข้อบ่งชี้ ต้องให้ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อที่ไม่ใช่จากการทำงานโดยเร็วที่สุด ภายใน 1 ถึง 2 ชั่วโมง และอย่างช้าที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัส ต้องกินจนครบ 4 สัปดาห์ และควรอยู่ภายใต้การติดตามดูแลของแพทย์ แพทย์เป็นผู้ประเมินข้อบ่งชี้และเลือกยาเป๊ป ให้กินจนครบ และอย่าซื้อยากินเอง
ผู้เขียนเห็นว่าเวลาเดินทางกลับ ทั้งรอเที่ยวบิน ต่อเครื่อง และเดินทางจากสนามบิน นับรวมในกรอบเวลานี้ด้วย การรอไปเริ่มที่ไทยจึงอาจทำให้ช้าโดยไม่จำเป็น ถ้าเวลาของสองประเทศต่างกัน ให้นับจากเวลาที่เกิดเหตุจริง
ถ้าเลย 72 ชั่วโมงไปแล้ว แนวทางเดียวกันเขียนว่า ถ้าแพทย์ที่ดูแลเห็นว่าจำเป็น หรือผู้สัมผัสต้องการรับยาหลังได้รับคำแนะนำแล้ว หรือไม่ทราบข้อมูลของอีกฝ่าย ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ และพิจารณาเป็นราย ๆ ไป ผู้เขียนจึงแนะนำให้ยังไปพบแพทย์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
ไปขอเป๊ปที่ต่างประเทศ ควรเตรียมและพูดอะไร
ผู้เขียนไม่มีข้อมูลบริการของประเทศใดประเทศหนึ่ง สิ่งที่แนะนำได้คือไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลหรือคลินิกที่เปิดอยู่ตอนนั้น แล้วบอกตั้งแต่จุดคัดกรองว่าเพิ่งมีเหตุที่อาจสัมผัสเชื้อเอชไอวีเมื่อไร และต้องการยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ ถ้าที่นั่นให้ยาไม่ได้ ให้ถามว่าควรไปที่ไหนต่อ และขอชื่อสถานที่กับวิธีติดต่อ
- ใช้คำภาษาอังกฤษตามที่แนวทางไทยใช้ คือ HIV post-exposure prophylaxis หรือ PEP
- จดวันและเวลาที่เกิดเหตุ ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศนั้น
- พกหนังสือเดินทาง และรายชื่อยาที่ใช้อยู่ประจำ ถ้าไม่ได้ติดตัวอยู่ ให้ไปก่อน
- ค่าใช้จ่ายและเอกสารที่ต้องใช้ ถามที่จุดบริการได้เลย
แนวทางไทยให้ตรวจพื้นฐานก่อนให้ยา และในการสัมผัสที่ไม่ใช่จากการทำงาน ให้เพิ่มการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการทดสอบการตั้งครรภ์ ผู้เขียนแนะนำให้ขอของต่อไปนี้ก่อนออกจากสถานพยาบาลที่ต่างประเทศ เพื่อนำไปให้แพทย์ในไทยดู

- ชื่อยาที่ได้รับ และจำนวนวันที่ยาพอใช้
- สำเนาผลตรวจที่ทำไปแล้ว
- ใบสรุปการรักษาเป็นภาษาอังกฤษ
- ช่องทางติดต่อสถานพยาบาลนั้น
ระหว่างเดินทางไปสถานพยาบาล อ่านเรื่องสิ่งที่ควรจดและสิ่งที่ไม่ควรทำได้ที่ ชั่วโมงแรกหลังเสี่ยงเอชไอวี: 6 อย่างที่ทำได้เดี๋ยวนี้ก่อนโทรหาใคร
ปรึกษาแพทย์ไทยทางไกลจากต่างประเทศได้ไหม
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีหน้าคนไทยในต่างแดนปรึกษาแพทย์ไทย ซึ่งผู้เขียนเปิดอ่านเมื่อ 16 ตุลาคม 2569 หน้านี้เขียนว่าคนไทยในต่างประเทศที่มีสิทธิบัตรทอง ปรึกษาแพทย์ผ่านระบบการแพทย์ทางไกลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านแอป Saluber MD, Mordee หรือ Clicknic และให้เตรียมเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักไว้ยืนยันตัวตน
หน้านี้เขียนสำหรับผู้มีสิทธิบัตรทอง ผู้เขียนแนะนำให้ผู้ที่ใช้สิทธิอื่นถามหน่วยงานของสิทธินั้น ส่วนการตรวจสอบสิทธิบัตรทอง หน้าเดียวกันให้ทำได้หลายทาง เช่น ไลน์ สปสช. @nhso เมนูตรวจสอบสิทธิ หรือแอป สปสช. และสอบถามเพิ่มที่สายด่วน 1330
หน้านี้ยกตัวอย่างการใช้บริการเมื่อเจ็บป่วย เช่น เจ็บ ไข้ ไอ ปวด และบอกว่าแพทย์ทางไกลช่วยประเมินอาการเพื่อเข้ารับการรักษาที่เหมาะสม และให้คำแนะนำเบื้องต้น แต่ไม่ได้พูดถึงยาเป๊ป ผู้เขียนแนะนำว่าถ้าอยากคุยเป็นภาษาไทย ใช้ช่องทางนี้ระหว่างเดินทางไปสถานพยาบาลได้
ระหว่างกินยาที่ต่างประเทศ มีปัญหาแล้วติดต่อใคร
แนวทางไทยให้ตรวจเลือดดูผลข้างเคียงของยาเป็นพื้นฐาน และตรวจติดตามเมื่อมีอาการที่สงสัยว่าเกิดจากยา ถ้ามีอาการผิดปกติระหว่างกินยา ผู้เขียนแนะนำให้ติดต่อสถานพยาบาลที่ให้ยาก่อน ถ้าอาการหนักให้ไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที และอย่าหยุดยาเอง ผู้มีสิทธิบัตรทองที่อยากคุยเป็นภาษาไทย ใช้บริการปรึกษาแพทย์ทางไกลข้างบนประกอบได้
ถ้ามีเหตุเสี่ยงซ้ำระหว่างกินยา ให้บอกแพทย์ แนวทางมีข้อพิจารณาสำหรับกรณีนี้ และแนะนำเพร็พ (PrEP) หรือยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ ให้ผู้ที่มีความเสี่ยงซ้ำ ซึ่งคุยต่อกับแพทย์ในไทยได้หลังกลับมา ระหว่างกินยาและช่วงตรวจติดตาม ให้สวมถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง
เครื่องลงที่ไทยแล้ว แยกทำตามสามกรณี
- ยังไม่ได้ยา และยังไม่เกิน 72 ชั่วโมง ให้ไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ถ้าถึงตอนกลางคืนหรือวันหยุด อ่านต่อได้ที่ เสี่ยงเอชไอวีตอนกลางดึกหรือวันหยุด ไปที่ไหนได้ตอนนี้
- ยังไม่ได้ยา และเลย 72 ชั่วโมงแล้ว ก็ยังควรไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์พิจารณาเป็นราย ๆ ไปตามแนวทาง และวางแผนการตรวจ
- เริ่มยามาจากต่างประเทศแล้ว ให้นำยาที่เหลือ กล่องยา และเอกสารจากสถานพยาบาลไปพบแพทย์ในไทยก่อนยาหมด และอย่าหยุดยาเองแม้จะรู้สึกปกติดีแล้ว
สำหรับผู้ที่ได้รับเป๊ป แนวทางให้ตรวจเลือดหาเอชไอวีซ้ำหลังสัมผัส 1 เดือน และ 3 เดือน บางกรณีให้ตรวจเพิ่ม ระหว่างนี้ให้งดบริจาคเลือด อวัยวะ และอสุจิ ถามแพทย์ได้ว่าต้องตรวจถึงเมื่อไร และอาการของการติดเชื้อเอชไอวีระยะเฉียบพลันเป็นอย่างไร ถ้ามีอาการที่สงสัย ให้ไปพบแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อย
ยาที่ได้จากต่างประเทศไม่พอถึงวันกลับไทย ทำอย่างไร
อย่าหยุดยาเอง ผู้เขียนแนะนำให้บอกสถานพยาบาลที่ให้ยาตั้งแต่วันแรกว่าจะกลับไทยวันไหน ถ้ายาจะหมดก่อนกลับ ให้ไปพบแพทย์ที่นั่นอีกครั้งก่อนยาหมด และพบแพทย์ในไทยทันทีที่ถึง พร้อมกล่องยาและเอกสาร ถ้าต้องเลื่อนวันกลับ ให้บอกแพทย์ด้วย แพทย์เป็นผู้ตัดสินเรื่องยาต่อ
ใช้สิทธิบัตรทองจ่ายค่าเป๊ปที่ต่างประเทศได้ไหม
หน้าของ สปสช. ที่ผู้เขียนเปิดอ่านเมื่อ 16 ตุลาคม 2569 เขียนถึงบริการปรึกษาแพทย์ทางไกลเท่านั้น ไม่ได้เขียนเรื่องค่ารักษาที่สถานพยาบาลในต่างประเทศ ถามได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 หรือไลน์ สปสช. @nhso ที่หน้านี้ลงไว้ ผู้เขียนแนะนำว่าอย่ารอคำตอบหรือรอกลับไทย ให้ไปสถานพยาบาลที่นั่นโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไป แล้วถามค่าใช้จ่ายที่จุดบริการ
อีกฝ่ายเป็นคนต่างชาติที่ติดต่อไม่ได้แล้ว ยังขอยาได้ไหม
ไปขอได้ และไม่ต้องรอถามอีกฝ่าย แนวทางไทยปี 2564/2565 เขียนว่าในการสัมผัสที่ไม่ใช่จากการทำงาน ส่วนใหญ่ไม่พบหรือตรวจเลือดอีกฝ่ายไม่ได้ ผู้เขียนแนะนำให้ไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไป และบอกแพทย์ว่าไม่ทราบข้อมูลของอีกฝ่าย
สื่อสารภาษาท้องถิ่นไม่ได้ จะบอกแพทย์อย่างไร
ผู้เขียนแนะนำให้เขียนโน้ตภาษาอังกฤษสั้น ๆ ไว้ในโทรศัพท์ บอกวันเวลาที่เกิดเหตุ และคำว่า HIV post-exposure prophylaxis แล้วเปิดหน้าจอให้เจ้าหน้าที่อ่าน ถ้าต้องการคุยภาษาไทยก่อน ผู้มีสิทธิบัตรทองใช้บริการปรึกษาแพทย์ทางไกลของ สปสช. ระหว่างเดินทางได้
ตรวจเลือดตามนัดหลังกลับไทย นับจากวันไหน
ถ้าได้รับเป๊ป แนวทางไทยปี 2564/2565 ให้ตรวจซ้ำหลังสัมผัส 1 เดือน และ 3 เดือน คือนับจากวันที่เกิดเหตุ ไม่ใช่วันที่กลับถึงไทย บางกรณีให้ตรวจเพิ่ม ถ้าไม่ได้รับยา ให้แพทย์ในไทยเป็นผู้วางแผนการตรวจ ทั้งสองกรณีให้บอกแพทย์ถึงวันเวลาที่เกิดเหตุ และยาที่ได้รับจากต่างประเทศถ้ามี
สรุป
- ผู้เขียนแนะนำให้ขอเป๊ปที่สถานพยาบาลในประเทศนั้น ไม่ต้องรอกลับไทย ไปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
- หน้าบริการปรึกษาแพทย์ทางไกลของ สปสช. สำหรับคนไทยในต่างแดนที่มีสิทธิบัตรทอง ไม่ได้พูดถึงยาเป๊ป ผู้มีสิทธิใช้คุยเป็นภาษาไทยระหว่างเดินทางไปสถานพยาบาลได้
- ขอเอกสาร เช่น ชื่อยา สำเนาผลตรวจ และใบสรุปการรักษาจากต่างประเทศ กลับถึงไทยแล้วนำไปพบแพทย์ก่อนยาหมด อย่าหยุดหรือซื้อยากินเอง และไปตรวจตามนัด
อ่านต่อได้ที่หน้า PEP: การป้องกัน HIV แบบฉุกเฉินหลังเหตุที่กังวล ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 กรมควบคุมโรค
- คนไทยในต่างแดน ปรึกษาแพทย์ไทย (Telemedicine) คู่มือผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ


