ถูกกัดหรือเลือดกระเด็นใส่ ไม่ได้เสี่ยงเอชไอวีทุกกรณี แนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ถือว่าการถูกกัดโดยไม่มีเลือดออก และโดยทั่วไปการที่เลือดโดนผิวหนังปกติ ไม่เป็นความเสี่ยง สิ่งที่ควรทำก่อนคือล้างผิวหนังและแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ส่วนตาและปากใช้น้ำสะอาด ถ้าเลือดเข้าตา เข้าปาก โดนผิวหนังที่มีแผล ถูกกัดจนมีเลือดออก หรือไม่แน่ใจ ให้ไปสถานพยาบาลโดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง เพื่อให้แพทย์ประเมินเรื่องเป๊ป ซึ่งเป็นยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ

ถูกกัดหรือเลือดกระเด็นใส่ แบบไหนที่แนวทางไม่นับเป็นความเสี่ยง

แนวทางการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 กับแนวทางเป๊ปของสหราชอาณาจักร ฉบับปี 2021 ที่ปรับปรุงปี 2023 เขียนถึงเหตุการณ์ต่อไปนี้ไว้ว่าไม่เป็นความเสี่ยงต่อเอชไอวี

  • เลือดโดนผิวหนังปกติ แนวทางไทยระบุว่าโดยทั่วไปการสัมผัสกับผิวหนังปกติไม่ถือเป็นความเสี่ยง แนวทางสหราชอาณาจักรเขียนว่าเชื้อผ่านผิวหนังที่ไม่มีแผลไม่ได้
  • ถูกถ่มน้ำลาย แนวทางสหราชอาณาจักรอ้างงานทบทวนปี 2018 ที่ไม่พบการติดเชื้อจากการถ่มน้ำลายแม้แต่รายเดียว และสรุปว่าไม่มีข้อบ่งชี้ให้ใช้เป๊ป
  • น้ำลาย น้ำตา เหงื่อ ปัสสาวะ หรืออาเจียน ที่ไม่มีเลือดปนให้เห็น แนวทางไทยถือว่าโดยทั่วไปมีเชื้อไม่มากพอจะถ่ายทอดได้
  • กัดหรือถูกคนกัดโดยไม่มีเลือดออก แนวทางไทยจัดอยู่ในกลุ่มที่ไม่มีความเสี่ยง
  • ช่วยผายปอดแบบปากต่อปาก โดยไม่มีการบาดเจ็บของเยื่อบุ แนวทางไทยจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน

ถ้าไม่แน่ใจว่าผิวหนังมีแผลหรือของเหลวที่โดนมีเลือดปนหรือไม่ ให้ไปให้แพทย์ประเมิน ไม่ต้องตัดสินเอง

เลือดโดนตรงไหนจึงควรไปให้ประเมิน

แนวทางไทย ในส่วนของบุคลากรสาธารณสุข นับเลือดที่โดนเยื่อบุ เช่น ตา ปาก หรือโดนผิวหนังที่มีแผล เป็นการสัมผัสที่มีความเสี่ยง และให้ตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ยของบุคลากรกลุ่มนี้ ส่วนตัวเลขของแนวทางสหราชอาณาจักรคิดเมื่อเจ้าของเลือดมีเชื้อและไม่ได้กินยาต้านไวรัส เหตุการณ์ในตารางควรไปให้แพทย์ประเมินโดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง

เหตุการณ์ที่มีเลือดเกี่ยวข้อง และโอกาสติดเชื้อต่อครั้งตามแนวทางไทยและแนวทางสหราชอาณาจักร
เหตุการณ์ แนวทางบอกว่าอย่างไร
เลือดกระเด็นเข้าตาหรือปาก แนวทางไทยให้ไว้ที่ร้อยละ 0.09 ต่อครั้ง แนวทางสหราชอาณาจักรให้ประมาณ 1 ใน 1,000
เลือดโดนผิวหนังที่มีแผล รอยถลอก หรือผื่นอักเสบ แนวทางไทยให้ไว้ที่น้อยกว่าร้อยละ 0.09 แนวทางสหราชอาณาจักรระบุว่าน้อยมาก และเท่าที่ผู้จัดทำทราบยังไม่เคยมีรายงานการติดเชื้อทางนี้
บาดเจ็บจากอุบัติเหตุและสัมผัสเลือดของคนอื่น แนวทางไทยจัดอุบัติเหตุที่สัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งที่มีโอกาสถ่ายทอดเชื้อสูงไว้ในกลุ่มที่แนะนำให้ใช้เป๊ป
Quicky

ถูกคนกัดจนมีเลือดออก ให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน

ถูกคนกัดจนมีเลือดออก เราแนะนำให้ไปให้แพทย์ดูแผลและประเมิน แนวทางเป๊ปของสหราชอาณาจักรเขียนว่าโดยทั่วไปไม่แนะนำเป๊ปหลังถูกกัด เพราะแม้ไม่ทราบความเสี่ยงที่แน่ชัด แต่น่าจะน้อยมาก และให้พิจารณาได้เมื่อครบทั้งสามข้อ

  1. น้ำลายของคนกัดมีเลือดปนให้เห็น
  2. ทราบหรือสงสัยว่าคนกัดมีเชื้อเอชไอวีและมีปริมาณไวรัสในเลือดสูง
  3. แผลที่ถูกกัดลึกหรือเนื้อเยื่อเสียหายมาก

สามข้อนี้เขียนไว้ให้แพทย์ใช้ ไม่ได้มีไว้ให้ตัดสินเองว่าไม่ต้องไป งานทบทวนปี 2018 ที่แนวทางนี้อ้างพบรายงานที่อาจเป็นการติดเชื้อจากการกัด 9 ราย มีเพียง 4 รายที่น่าเชื่อว่าเกิดจากการกัดจริง

แนวทางไทยเขียนว่าในทางทฤษฎีการถูกคนกัดมีโอกาสติดเชื้อได้แต่น้อยมาก และยังไม่มีรายงาน ซึ่งไม่ตรงกับ 4 รายข้างต้น ส่วนเรื่องแผล NHS ของอังกฤษให้คนที่ถูกคนกัดจนผิวหนังแตกขอคำแนะนำทางการแพทย์ และให้ไปห้องฉุกเฉินถ้าแผลใหญ่หรือลึก หรือเลือดไม่หยุด

หกอย่างที่ทำได้ทันทีหลังเกิดเหตุ

ห้าข้อแรกรวมจากแนวทางไทยและแนวทางเป๊ปของสหราชอาณาจักร ในส่วนที่ว่าด้วยการสัมผัสเลือดจากการทำงาน กับแนวทางเป๊ปของออสเตรเลีย

  1. ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ทั้งแผลและผิวหนังที่เปื้อนเลือด แล้วเช็ดด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อได้
  2. ไม่ต้องบีบเค้นแผล แนวทางไทยและสหราชอาณาจักรเขียนข้อนี้ไว้
  3. เลือดเข้าตา ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือมาก ๆ แนวทางออสเตรเลียให้ถอดคอนแทคเลนส์ก่อน
  4. เลือดเข้าปาก บ้วนทิ้ง แล้วบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด
  5. ไม่ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อเข้าไปในแผล แนวทางเป๊ปของออสเตรเลียห้ามข้อนี้ไว้
  6. จดเวลาที่เกิดเหตุ และสิ่งที่รู้เกี่ยวกับอีกฝ่าย ข้อนี้เราแนะนำเอง เพราะเป๊ปนับเวลาจากตอนสัมผัส

เรื่องการบีบแผล NHS ของอังกฤษเขียนต่างออกไปสำหรับแผลถูกกัดที่ยังไม่มีเลือดออก คือให้บีบเบา ๆ ให้เลือดออกเล็กน้อย บทความนี้ยึดแนวทางไทยและแนวทางเป๊ปของสหราชอาณาจักร คือล้างแล้วไม่บีบ ขั้นตอนการล้างแบบละเอียดอ่านได้ที่ หลังเสี่ยง HIV ควรล้างอย่างไร และอะไรไม่ควรทำก่อนขอ PEP

ภาพเสมือนจริงผู้รับบริการพูดคุยกับแพทย์ พร้อมข้อมูล 5 เรื่องที่ควรแจ้งเพื่อประเมิน PEP ระยะเวลาเริ่มยา และการตรวจติดตาม

Love2Test

ที่สถานพยาบาล จะได้เป๊ปหรือไม่ขึ้นกับอะไร

เตรียมบอกเจ้าหน้าที่ว่าของเหลวที่โดนคืออะไร โดนตรงไหน แผลลึกแค่ไหน เกิดเหตุเมื่อไร และรู้อะไรเกี่ยวกับอีกฝ่ายบ้าง ไม่จำเป็นต้องรู้สถานะของอีกฝ่ายก่อนไป

ถ้าเข้าเกณฑ์ แนวทางไทยให้เริ่มเป๊ปโดยเร็วที่สุด อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัส และกินจนครบ 4 สัปดาห์ ถ้าเลย 72 ชั่วโมงแล้ว แนวทางให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและพิจารณาเป็นราย ๆ ไป จึงยังควรไปพบแพทย์ กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ระบุว่าเป๊ปฟรีสำหรับทุกคน ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ใช้บัตรประชาชนรับบริการได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง การให้หรือไม่ให้ยาเป็นการตัดสินใจของแพทย์

ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายมีเชื้อและกินยาต้านไวรัสอยู่ แนวทางไทยให้เริ่มเป๊ปไว้ก่อน แล้วตรวจปริมาณไวรัสของอีกฝ่าย ถ้าตรวจไม่พบจึงหยุดเป๊ปได้ตามที่แพทย์บอก คนที่ได้รับเป๊ป แนวทางไทยให้ตรวจเอชไอวีซ้ำหลังสัมผัส 1 เดือน และ 3 เดือน

ถ้าเหตุเกิดระหว่างทำงาน อ่านขั้นตอนแจ้งเหตุได้ที่ เข็มทิ่มหรือสัมผัสเลือดจากที่ทำงาน ทำอย่างไร ส่วนภาพรวมการป้องกันอยู่ที่หน้า ป้องกัน HIV ให้เหมาะกับชีวิตจริง

คำถามที่พบบ่อย

ถูกถ่มน้ำลายเข้าตา ต้องไปขอเป๊ปไหม

แนวทางเป๊ปของสหราชอาณาจักรเขียนว่าการถูกถ่มน้ำลายไม่มีความเสี่ยงต่อเอชไอวี และไม่มีข้อบ่งชี้ให้ใช้เป๊ป ถ้าเห็นเลือดปนในน้ำลาย หรือไม่แน่ใจ ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดแล้วไปให้แพทย์ประเมินโดยเร็ว ไม่เกิน 72 ชั่วโมง

ชกต่อยจนมือแตกและเปื้อนเลือดอีกฝ่าย เสี่ยงไหม

เข้าข่ายเลือดโดนผิวหนังที่มีแผล ซึ่งแนวทางไทยนับเป็นการสัมผัสที่มีความเสี่ยง ล้างแผลแล้วไปให้แพทย์ดูแผลและประเมินโดยเร็ว ไม่เกิน 72 ชั่วโมง

ช่วยคนเจ็บจากอุบัติเหตุแล้วมือเปื้อนเลือด ต้องทำอย่างไร

ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ก่อน แนวทางไทยเขียนว่าโดยทั่วไปการสัมผัสกับผิวหนังปกติไม่ถือเป็นความเสี่ยง ถ้ามือมีแผลหรือรอยถลอก เลือดเข้าตาหรือปาก หรือไม่แน่ใจ ให้ไปสถานพยาบาลโดยเร็ว ไม่เกิน 72 ชั่วโมง

ต้องตามตัวคนที่กัดหรือเจ้าของเลือดมาตรวจก่อนไหม

ไม่ต้องรอ แนวทางไทยเขียนว่าการสัมผัสนอกที่ทำงานส่วนใหญ่ไม่พบหรือตรวจเลือดอีกฝ่ายไม่ได้ และให้พิจารณาเริ่มเป๊ปไปก่อนได้หากยังไม่แน่ใจ การเสียเวลาตามหาอีกฝ่ายอาจทำให้เลยกรอบ 72 ชั่วโมง

แผลถูกคนกัดติดโรคอื่นได้ไหม

NHS ของอังกฤษเขียนว่าแพทย์หรือพยาบาลอาจให้ยาปฏิชีวนะกันแผลติดเชื้อ ประเมินความเสี่ยงบาดทะยัก และอาจตรวจเลือดคนที่ถูกคนกัดดูไวรัสตับอักเสบบีและซี จึงควรให้แพทย์ดูแผล แม้ไม่ได้กังวลเรื่องเอชไอวี

Buddy Chat — Love2Test

สรุป

  • แนวทางไทยถือว่าการถูกกัดที่ไม่มีเลือดออก และโดยทั่วไปการที่เลือดโดนผิวหนังปกติ ไม่เป็นความเสี่ยงต่อเอชไอวี ส่วนแนวทางสหราชอาณาจักรเขียนว่าการถูกถ่มน้ำลายไม่มีความเสี่ยง
  • เลือดเข้าตา เข้าปาก โดนผิวหนังที่มีแผล หรือถูกคนกัดจนมีเลือดออก ให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน ไม่ตัดสินเอง
  • ถูกคนกัดจนแผลใหญ่หรือลึก หรือเลือดไม่หยุด เราแนะนำให้ไปห้องฉุกเฉินทันที
  • ล้างผิวหนังและแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ตาและปากใช้น้ำสะอาด แล้วจดเวลาไว้

ถ้าเข้าข่ายหรือไม่แน่ใจ ให้ไปสถานพยาบาลโดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์ แนวทางไทยให้แพทย์พิจารณาเป็นราย ๆ ไป

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง