ถ้าเพิ่งโดนเข็มทิ่มหรือเลือดกระเด็นเข้าตา ปาก หรือแผลระหว่างทำงาน ให้ล้างบริเวณสัมผัสทันที แล้วแจ้งหัวหน้างานหรือหน่วยอาชีวอนามัยเพื่อเข้ารับการประเมินในวันเดียวกัน อย่ารอดูอาการ เพราะหากต้องใช้ PEP ควรเริ่มเร็วที่สุดและไม่เกิน 72 ชั่วโมง
ทำตามลำดับนี้: ล้างบริเวณสัมผัส → แจ้งเหตุ → จดเวลาและลักษณะเหตุการณ์ → ไปหน่วยบริการ หากติดต่อระบบของที่ทำงานไม่ได้ ให้ไปห้องฉุกเฉินก่อน
เข็มทิ่มหรือโดนเลือด ควรล้างอย่างไร
- แผลหรือผิวหนัง: ล้างด้วยสบู่และน้ำไหล
- ตา: ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือจำนวนมาก
- ปากหรือจมูก: ล้างด้วยน้ำสะอาดและบ้วนน้ำออก
อย่าบีบ เค้น กรีด หรือดูดแผล และอย่าเทน้ำยาฆ่าเชื้อชนิดแรงลงในแผล การล้างมีไว้ลดสิ่งที่สัมผัส ไม่ได้ใช้แทนการประเมินจากหน่วยบริการ
ต้องแจ้งใคร
แจ้งหัวหน้างาน หัวหน้าเวร พยาบาลอาชีวอนามัย หรือผู้รับผิดชอบอุบัติเหตุจากการทำงานตามระบบของหน่วยงาน หากเกิดตอนกลางคืนหรือวันหยุดและติดต่อไม่ได้ ให้ไปห้องฉุกเฉิน ไม่ต้องรอวันทำการ
การแจ้งเหตุช่วยให้ได้รับการประเมินเร็ว มีบันทึกสำหรับสิทธิที่เกี่ยวข้อง และช่วยให้สถานที่ทำงานแก้จุดเสี่ยง ไม่ได้หมายความว่าคุณยอมรับว่าเป็นผู้ทำผิด
ควรจดข้อมูลอะไร
- วันและเวลาที่เกิดเหตุ
- ของมีคมหรือเข็มชนิดใด และทิ่มลึกหรือถาก
- เลือดหรือของเหลวสัมผัสผิวปกติ แผล ตา ปาก หรือจมูก
- ข้อมูลแหล่งสัมผัสเท่าที่ทราบ โดยไม่ไปขอผลตรวจหรือกดดันบุคคลนั้นเอง
- ล้างบริเวณสัมผัสเมื่อไรและแจ้งใครแล้ว
ไม่ต้องเสียเวลาหาคำตอบครบทุกข้อก่อนพบเจ้าหน้าที่ เวลาเริ่มประเมินสำคัญกว่า และข้อมูลเพิ่มเติมสามารถตามมาได้ภายหลัง
ต้องกิน PEP ทุกคนไหม
ไม่ใช่ทุกเหตุการณ์ต้องใช้ PEP ผู้ให้บริการจะดูชนิดของของเหลว ช่องทางสัมผัส ความลึกของแผล และข้อมูลของแหล่งสัมผัสเท่าที่มี อย่าประเมินเองจากรูปเข็มหรือปริมาณเลือดเพียงอย่างเดียว
หากเห็นว่าควรใช้ PEP จะพยายามเริ่มให้เร็วที่สุดและไม่เกิน 72 ชั่วโมง โดยทั่วไปใช้ต่อเนื่อง 28 วันตามแผนของหน่วยบริการ ไม่ควรรอผลตรวจของแหล่งสัมผัสจนพ้นเวลา หากภายหลังมีข้อมูลใหม่ ทีมดูแลจะเป็นผู้บอกว่าควรทำต่ออย่างไร
ต้องตรวจอะไรบ้าง
หน่วยบริการอาจตรวจเลือดเพื่อบันทึกสถานะเริ่มต้นและวางตารางติดตาม รวมถึงประเมินไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และวัคซีนตามลักษณะเหตุการณ์ การตรวจและวันนัดของแต่ละคนอาจต่างกัน ให้ยึดใบนัดของหน่วยบริการแทนตารางทั่วไปบนเว็บไซต์
PEP ป้องกัน HIV แต่ไม่ได้ป้องกันเชื้ออื่นทั้งหมด จึงยังต้องไปตามนัดแม้กินยาได้ครบและไม่มีอาการ
ถ้าแหล่งสัมผัสตรวจไม่พบไวรัส ต้องทำอย่างไร
นำข้อมูลผลตรวจล่าสุดให้ผู้ให้บริการประเมิน อย่าตัดสินใจไม่เริ่มหรือหยุด PEP เอง เพราะต้องดูว่าผลตรวจเป็นปัจจุบันเพียงใด ใช้การตรวจอะไร และลักษณะเหตุการณ์เป็นอย่างไร ทีมดูแลจะอธิบายทางเลือกและตัดสินใจร่วมกับคุณ
ถ้าไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์
หลักการเดียวกันใช้กับพนักงานทำความสะอาด เก็บขยะ กู้ภัย ช่างสัก ช่างเสริมสวย หรือคนที่พบของมีคมปนเปื้อนจากงาน หากที่ทำงานไม่มีหน่วยอาชีวอนามัย ให้แจ้งหัวหน้างานเพื่อมีบันทึก แล้วไปโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ประเมิน PEP ได้ทันที
ค้นหาหน่วยบริการได้ที่ Love2Test หรือโทรสายด่วนปรึกษาเอดส์ 1663 ในเวลาให้บริการ หากอยู่ในภาวะฉุกเฉินให้ไปห้องฉุกเฉินใกล้ที่สุด
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ หลังเสี่ยง HIV ควรล้างอย่างไรและอะไรไม่ควรทำ และหากมียาประจำ ดู กินยาอื่นระหว่าง PEP ได้ไหม
ระหว่างกิน PEP ควรทำอย่างไร
- กินตามแผนและอย่าหยุดหรือเปลี่ยนยาเอง
- แจ้งยาประจำ อาหารเสริม สมุนไพร และฮอร์โมนทั้งหมด
- ติดต่อคลินิกหากอาการรบกวนการกิน การนอน หรือการทำงาน
- ไปตามนัดตรวจแม้ไม่มีอาการ
- หากลืมยา ให้ติดต่อหน่วยบริการแทนการกินเพิ่มเป็นสองเท่า
ไปห้องฉุกเฉินหากหายใจลำบาก หน้าหรือปากบวม เป็นลม ผื่นรุนแรง อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ หรืออาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว นำซองยาไปด้วยถ้าทำได้
คำถามที่พบบ่อย
เข็มดูเหมือนไม่เคยใช้ ยังต้องแจ้งไหม
ควรแจ้งและให้ผู้รับผิดชอบประเมิน การบันทึกเหตุยังช่วยให้แก้ระบบป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
เกิดตอนดึกหรือวันหยุด รอได้ไหม
ไม่ควรรอ กรอบ 72 ชั่วโมงยังเดินต่อ ให้ไปห้องฉุกเฉินก่อนแล้วแจ้งระบบของที่ทำงานภายหลัง
กลัวถูกตำหนิ จึงไม่อยากรายงาน ทำอย่างไร
แจ้งข้อเท็จจริงสั้น ๆ ว่าเกิดอะไร เมื่อไร และล้างแผลแล้วหรือยัง การรายงานมีเป้าหมายเพื่อให้คุณได้รับการดูแลและป้องกันเหตุซ้ำ
กิน PEP แล้วทำงานต่อได้ไหม
หลายคนทำงานต่อได้ แต่หากมีอาการหรือหน้าที่งานมีความเสี่ยง ให้คุยกับผู้ให้บริการและหน่วยอาชีวอนามัย อย่าหยุดยาเอง
สรุป
หลังเข็มทิ่มหรือสัมผัสเลือดจากงาน ให้ล้างทันที แจ้งเหตุ จดเวลา และเข้ารับการประเมินในวันเดียวกัน หากต้องใช้ PEP ควรเริ่มเร็วที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมงและกิน 28 วันตามแผน อย่ารออาการ รอผลของแหล่งสัมผัส หรือหยุดยาเอง
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การประเมินความเสี่ยงเฉพาะเหตุการณ์ หากเพิ่งเกิดเหตุ ให้ติดต่อหน่วยอาชีวอนามัย โรงพยาบาล หรือคลินิกทันที


