ถ้าเพิ่งโดนเข็มทิ่มหรือโดนเลือดกระเด็นเข้าตาหรือแผลระหว่างทำงาน ให้ล้างบริเวณนั้นทันที แล้วแจ้งหัวหน้างานหรือพยาบาลอาชีวอนามัยของที่ทำงานให้เร็วที่สุด อย่ารอดูอาการ เพราะถ้าต้องใช้ยาป้องกันเอชไอวีหลังสัมผัสเชื้อ ยาต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง และยิ่งเร็วยิ่งดี

ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว: ล้างแผลหรือล้างตาก่อน แล้วรีบแจ้งตามระบบของที่ทำงานทันทีในวันเดียวกัน เพราะช่องทางแจ้งเหตุคือสิ่งที่พาคุณไปถึงการประเมินและยาป้องกันได้ทันเวลา

ภาพบุคลากรชายในสถานพยาบาลกำลังล้างแผลที่นิ้วหลังถูกเข็มทิ่ม พร้อมมีแพทย์ให้คำแนะนำ สื่อถึงการล้างบริเวณสัมผัสทันที แจ้งเหตุ และเข้ารับการประเมินโดยเร็ว

โดนเข็มทิ่มหรือโดนเลือดที่ทำงาน สิบนาทีแรกทำอะไร

แนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) สำหรับการเจาะเลือดและการจัดการเมื่อสัมผัสเลือดจากการทำงาน ระบุขั้นตอนแรกไว้สั้น ๆ ดังนี้

  • ล้างแผลและผิวหนังด้วยสบู่กับน้ำ
  • ไม่ใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อชนิดแรงกับแผล
  • ปล่อยให้เลือดไหลตามธรรมชาติ และไม่ต้องปิดแผล
  • ถ้าเข้าตา จมูก ปาก หรือเยื่อบุ ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 10 นาที

เท่านี้พอสำหรับขั้นตอนหน้างาน สิ่งที่ควรใช้เวลาที่เหลือไปกับมันคือการแจ้งเหตุและไปให้ถึงผู้ให้บริการ ไม่ใช่การจัดการแผลเอง

แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: การล้างเป็นเรื่องของนาทีแรก แต่สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์จริง ๆ คือคุณแจ้งเร็วแค่ไหน

เส้นทางนี้ต่างจากความเสี่ยงทางเพศอย่างไร

คนจำนวนมากคิดว่าต้องไปตั้งต้นที่คลินิกเองเหมือนกรณีความเสี่ยงทางเพศ แต่ความเสี่ยงจากการทำงานมีระบบรองรับอยู่แล้ว และระบบนั้นมักช่วยให้คุณได้รับการประเมินเร็วกว่า

หัวข้อ ความเสี่ยงจากที่ทำงาน ความเสี่ยงทางเพศ
คนแรกที่ควรบอก หัวหน้างาน พยาบาลอาชีวอนามัย หรือผู้รับผิดชอบเรื่องอุบัติเหตุจากการทำงาน ผู้ให้บริการที่หน่วยบริการสุขภาพโดยตรง
การบันทึกเหตุการณ์ ต้องมีการบันทึกตามระบบของหน่วยงาน ไม่มีขั้นตอนนี้
ข้อมูลแหล่งสัมผัส มักตามผลตรวจของผู้ป่วยต้นทางได้ มักไม่ทราบข้อมูลของอีกฝ่าย
กรอบเวลาเริ่มยา ภายใน 72 ชั่วโมง ยิ่งเร็วยิ่งดี ภายใน 72 ชั่วโมง ยิ่งเร็วยิ่งดี
ระยะเวลากินยา 28 วัน 28 วัน

แนวทางฉบับปี 2025 ของหน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐอเมริกาสำหรับการจัดการการสัมผัสเชื้อเอชไอวีจากการทำงาน ระบุชัดว่าให้บุคลากรแจ้งเหตุการณ์สัมผัสเลือดและสารคัดหลั่งต่อหน่วยอาชีวอนามัยให้เร็วที่สุด

Quicky

ต้องแจ้งใครและบันทึกอะไรบ้าง

เขียนข้อมูลเหล่านี้ลงในโทรศัพท์ทันทีที่ล้างเสร็จ ก่อนที่จะจำรายละเอียดไม่ได้

  1. เวลาที่เกิดเหตุ ระบุชั่วโมงและนาทีเท่าที่จำได้ เพราะเป็นตัวตั้งต้นของกรอบ 72 ชั่วโมง
  2. ลักษณะการสัมผัส เข็มกลวงหรือเข็มตัน ทิ่มลึกหรือแค่ถาก โดนผิวปกติหรือแผลเปิด หรือกระเด็นเข้าเยื่อบุ
  3. สิ่งที่สัมผัส เลือด สารคัดหลั่ง หรือของเหลวชนิดอื่น และปริมาณโดยประมาณ
  4. แหล่งที่มา ถ้าทราบว่าเป็นของผู้ป่วยรายใด ให้จดไว้ เพื่อให้ทีมประเมินตามข้อมูลได้
  5. สิ่งที่ทำไปแล้ว ล้างด้วยอะไร นานเท่าไร แจ้งใครไปแล้วบ้างและเวลาใด

จากนั้นแจ้งตามลำดับของที่ทำงาน โดยทั่วไปคือหัวหน้างานหรือหัวหน้าเวร แล้วต่อไปที่หน่วยอาชีวอนามัยหรือผู้รับผิดชอบเรื่องอุบัติเหตุจากการทำงาน ถ้าเป็นนอกเวลาราชการและติดต่อใครไม่ได้ ให้ไปห้องฉุกเฉินก่อน แล้วค่อยแจ้งย้อนหลังในวันทำการถัดไป

แปลว่าอะไรสำหรับคุณ: การบันทึกไม่ใช่งานเอกสารเปล่า ๆ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้คุณใช้สิทธิตามระบบของนายจ้างหรือสถานพยาบาลได้ และทำให้ทีมประเมินตัดสินใจเรื่องยาได้แม่นขึ้น

ภาพบุคลากรชายกำลังปรึกษาแพทย์หลังเกิดเหตุสัมผัสเลือดจากการทำงาน มีการประเมินลักษณะการสัมผัสและความเสี่ยง เพื่อร่วมกันตัดสินใจว่าจำเป็นต้องใช้ยา PEP หรือไม่

ต้องกินยาป้องกันไหม ใครเป็นคนตัดสิน

ผู้ให้บริการเป็นคนประเมินร่วมกับคุณ ไม่ใช่คุณตัดสินเองจากอินเทอร์เน็ต สิ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจคือลักษณะการสัมผัส ชนิดของของเหลว และสถานะเชื้อของแหล่งสัมผัสเท่าที่ทราบ

สามข้อที่แนวทางปี 2025 ของหน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐอเมริการะบุไว้และมีผลกับคุณโดยตรง

  • เริ่มยาให้เร็วที่สุด ภายใน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัส และให้ยาครบ 28 วัน
  • ห้ามรอผลของแหล่งสัมผัสจนเสียเวลา แนวทางระบุว่าอย่าเลื่อนการให้ยาเพื่อรอข้อมูลสถานะเชื้อของผู้ป่วยต้นทาง หากภายหลังพบว่าไม่จำเป็น ก็หยุดยาได้
  • ถ้าแหล่งสัมผัสเป็นผู้มีเชื้อเอชไอวีที่ตรวจไม่พบไวรัสในเลือด แนวทางให้ใช้การตัดสินใจร่วมกันระหว่างคุณกับผู้ให้บริการว่าจะไม่เริ่มยาหรือหยุดยาเร็วขึ้น ไม่ใช่กฎตายตัว

ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ หรือ PEP (เป๊ป) ป้องกันเฉพาะเอชไอวี ไม่ได้ป้องกันไวรัสตับอักเสบหรือเชื้ออื่น การประเมินเรื่องไวรัสตับอักเสบและวัคซีนจึงเป็นคนละส่วนที่ต้องคุยแยก

Love2Test

ต้องตรวจเลือดตอนไหนบ้าง

แนวทางปี 2025 สำหรับการสัมผัสจากการทำงานวางตารางไว้ประมาณนี้ และผู้ให้บริการจะปรับตามกรณีของคุณ

ช่วงเวลา ทำอะไร ทำไปทำไม
ทันทีหลังแจ้งเหตุ ตรวจเลือดพื้นฐาน รวมการตรวจหาเชื้อเอชไอวีแบบตรวจเร็วหรือแบบส่งห้องปฏิบัติการ เป็นจุดตั้งต้น บอกสถานะก่อนเริ่มยา
สัปดาห์ที่ 4–6 ตรวจเพิ่มในบางกรณี เช่น เริ่มยาช้ากว่า 24 ชั่วโมง หรือกินยาไม่ครบมื้อ ตรวจจับได้เร็วขึ้นเมื่อมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
สัปดาห์ที่ 12 ตรวจครั้งสุดท้ายเพื่อสรุปผล เป็นจุดที่ใช้บอกผลสุดท้ายของเหตุการณ์ครั้งนี้

ถ้าตารางที่หน่วยงานคุณให้มาไม่ตรงกับที่เห็นในตารางนี้ ให้ยึดตามที่ผู้ให้บริการของคุณนัด เพราะเขาเห็นรายละเอียดของเหตุการณ์และชนิดของการตรวจที่ใช้จริง

ภาพแสดงอาชีพที่อาจสัมผัสเข็มหรือของมีคมปนเปื้อน เช่น พนักงานเก็บขยะ พนักงานทำความสะอาด ช่างสัก ช่างเสริมสวย เจ้าหน้าที่กู้ภัย และพนักงานร้านอาหาร พร้อมสื่อถึงขั้นตอนล้าง แจ้ง บันทึก และไปหน่วยบริการภายในวันเดียวกัน

ถ้าไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ล่ะ

เข็มทิ่มไม่ได้เกิดเฉพาะในโรงพยาบาล พนักงานเก็บขยะ พนักงานทำความสะอาด ช่างสัก ช่างเสริมสวย เจ้าหน้าที่กู้ภัย และคนทำงานร้านอาหารที่เจอของมีคมปนเปื้อน ก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน

หลักการเหมือนกันคือ ล้าง แจ้ง บันทึก แล้วไปให้ถึงหน่วยบริการภายในวันนั้น ถ้าที่ทำงานไม่มีหน่วยอาชีวอนามัย ให้แจ้งหัวหน้างานเพื่อให้มีบันทึกไว้ แล้วไปโรงพยาบาลรัฐเอง

ข้อมูลสิทธิประโยชน์ของกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค ระบุว่า PEP เป็นบริการ “ฟรี สำหรับทุกคน และไม่จำกัดจำนวนครั้งการให้บริการ” ใช้บัตรประชาชนรับบริการได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง ถ้าไม่แน่ใจว่าที่ไหนใกล้ที่สุด ค้นหาหน่วยบริการได้จาก love2test.org หรือโทรปรึกษาสายด่วนปรึกษาเอดส์ 1663 ทุกวัน เวลา 9.00–21.00 น.

Buddy Chat — Love2Test

คำถามที่พบบ่อย

เข็มที่ทิ่มไม่ได้ใช้กับใครมาก่อน ยังต้องแจ้งไหม

ควรแจ้ง เพราะการบันทึกไว้ไม่มีข้อเสีย และคนที่ประเมินคือผู้ให้บริการ ไม่ใช่ตัวคุณ การแจ้งยังช่วยให้ที่ทำงานเห็นจุดที่ต้องแก้เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำกับคนอื่น

ถ้าเกิดตอนดึกหรือวันหยุด ต้องรอถึงวันทำการไหม

ไม่ต้องรอ ให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลรัฐได้เลย แล้วค่อยแจ้งตามระบบของที่ทำงานย้อนหลัง กรอบเวลา 72 ชั่วโมงไม่หยุดเดินในวันหยุด

กลัวว่าจะถูกมองว่าทำงานผิดพลาด ไม่แจ้งได้ไหม

การไม่แจ้งทำให้คุณเสียทั้งโอกาสรับยาให้ทันและสิทธิที่ผูกกับการบันทึกเหตุการณ์ ถ้ากังวลเรื่องนี้ ให้แจ้งเป็นข้อเท็จจริงสั้น ๆ ว่าเกิดอะไร เมื่อไร และทำอะไรไปแล้ว โดยไม่ต้องอธิบายเหตุผลเพิ่ม

กินยาป้องกันแล้วยังทำงานต่อได้ไหม

ส่วนใหญ่ทำงานต่อได้ แต่ถ้ามีอาการที่รบกวนการทำงาน ให้บอกผู้ให้บริการและหน่วยอาชีวอนามัย อย่าหยุดยาเองก่อนครบ 28 วัน เพราะการหยุดกลางคันทำให้ผลของยาลดลง

ผู้ป่วยต้นทางตรวจไม่พบไวรัสในเลือด แปลว่าไม่ต้องกินยาเลยใช่ไหม

ไม่ถึงขั้นนั้น แนวทางระบุว่าให้ใช้การตัดสินใจร่วมกันระหว่างคุณกับผู้ให้บริการว่าจะไม่เริ่มยาหรือหยุดยาเร็วขึ้น ซึ่งต้องดูรายละเอียดของเหตุการณ์และข้อมูลผลตรวจล่าสุดประกอบด้วย

สรุป

ความเสี่ยงจากการทำงานมีเส้นทางของตัวเองที่ชัดกว่ากรณีอื่น คือล้าง แจ้ง บันทึก แล้วเข้ารับการประเมิน จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่การล้างแผล แต่คือการเลื่อนแจ้งเพราะคิดว่าไม่เป็นไร

เมื่อผ่านการประเมินแล้ว ถ้าต้องใช้ยา ให้เริ่มภายใน 72 ชั่วโมงและกินให้ครบ 28 วัน จากนั้นทำตามตารางตรวจติดตามที่ได้รับ อย่าลืมว่ายานี้ป้องกันเฉพาะเอชไอวี เรื่องอื่นต้องประเมินแยก

ทำตอนนี้: ถ้ายังไม่ได้แจ้ง ให้เปิดแชทหรือโทรหาหัวหน้างานภายในห้านาทีนี้ พร้อมข้อความสั้น ๆ ว่า “เพิ่งโดนเข็มทิ่มเวลาประมาณ … ขอแจ้งเหตุและขอเข้ารับการประเมินวันนี้” แล้วจดเวลาที่เกิดเหตุไว้ในโทรศัพท์ทันที

แหล่งอ้างอิง